<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title></title>
	<atom:link href="http://suankikran.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://suankikran.wordpress.com</link>
	<description>Just another micron world.</description>
	<lastBuildDate>Tue, 18 Aug 2009 13:03:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='suankikran.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title></title>
		<link>http://suankikran.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://suankikran.wordpress.com/osd.xml" title="" />
	<atom:link rel='hub' href='http://suankikran.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.แด่แม่ แม้จะฯ&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</title>
		<link>http://suankikran.wordpress.com/2009/08/14/%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%af/</link>
		<comments>http://suankikran.wordpress.com/2009/08/14/%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%af/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 14 Aug 2009 16:22:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sailomloy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[รำลึกวันแม่ 2552]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://suankikran.wordpress.com/2009/08/14/%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%af/</guid>
		<description><![CDATA[๑. ช่วงปลายปี ๒๕๔๕ ผมเริ่มกำหนดตัวเองออกจากงานประจำที่ทำมาเกือบครบ ๕ ปี แม้เป็นงานประจำในต่างจังหวัด ในท้องถิ่นภาคใต้ด้วยกัน แต่การเดินทางหลายร้อยกิโลเมตรจากบ้านโดยอาศัยเพียงรถประจำทาง เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยสำหรับพนักงานระดับล่างเงินเดือนน้อย ผมทิ้งคนแก่อายุ ๙๐ ขวบที่ผมเรียกว่าแม่ไว้ข้างหลังอย่างโดดเดี่ยว จะว่าไป..กำหนดที่ต้องออกจากงานประจำไม่ว่าจะเป็นในเมืองใหญ่หรือต่างจังหวัดซึ่งไม่ใช่ท้องถิ่นตนถูกร่างไว้ในใจตั้งแต่อายุของแม่เริ่มย่างออกจากเลข ๗๐ ขวบปีเล็กน้อย คนแก่ซึ่งหาอยู่หากินตามประสาคนแก่บ้านนอกทั่วไป ผิดก็แต่ แม่มีวิชาปรุงยาติดตัวมาหลายขนาน ทั้งเพื่อช่วยคนอื่นและรักษาตัวเองในวันที่เจ็บป่วยจนหายขาด แข็งแรงและปลอดโรคจนถึงทุกวันนี้ มีวัดข้างบ้านเป็นที่พึ่งทางใจ มีผักหญ้าริมทุ่งนา ในสวน ไว้เก็บขายเลี้ยงชีพ และเหลือไว้ทำบุญสุญทาน ขณะเดียวกันที่คนหนุ่มอย่างผม ยังมองเห็นความสนุกสนานของการเดินทางเป็นดังอาหารเลี้ยงจิตวิญญาณ ถึงกับพูดกับตัวเองว่า หยุดเดินทางเมื่อไรก็ตายเมื่อนั้น เมื่อใกล้ถึงปีที่จะต้องกลับบ้าน ผมรีบเร่งสะสมข้าวของบางอย่างไว้เพื่อการดำรงชีพในความเป็นธรรมดาอย่างชาวบ้านทั่วไป ช่วงเวลานี้เองที่ได้พบกับของเก่าชิ้นหนึ่งซึ่งสะดุดตาน่าสนใจ แม้ไม่ใช่ของสำคัญที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ทำอย่างไรได้ ในเมื่อชะตาเราต้องกัน ชิ้นแรกเป็นท่อนไม้กลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเกือบศอก ทำจากไม้นุ่น เบาหวิว ข้างในกลมกลวงมีเหล็กขนาด ๑๐ มม. โผล่ออกมาเสมือนเป็นด้ามจับ “ท่อสูบลมที่เขาใช้เป่าไฟตีเหล็ก” เพื่อนมุสลิมซึ่งเกิดและเติบโตในจังหวัดนครศรีธรรมราชบอกเล่าให้ฟังว่า เจ้าของข้าวของแปลกตาตรงหน้าผมแกเคยประกอบอาชีพตีเหล็ก ตอนนี้อายุมากแล้ว ไม่สามารถแม้แต่จะยกเหล็กชิ้นเล็กๆ ขึ้นทั่งได้อีกแล้ว “ถามซื้อแกขายนะ จะเอาทั่งด้วยไหม เหล็กเสียบอยู่บนไม้ฝังดินอยู่ หนักมาก ต้องหาม” ผมพยักหน้าแบบงงๆ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suankikran.wordpress.com&amp;blog=2322893&amp;post=57&amp;subd=suankikran&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>	<img src="http://farm3.static.flickr.com/2559/3820225707_9439d76c07.jpg" alt="" /></p>
<p>๑. ช่วงปลายปี ๒๕๔๕ ผมเริ่มกำหนดตัวเองออกจากงานประจำที่ทำมาเกือบครบ ๕ ปี แม้เป็นงานประจำในต่างจังหวัด ในท้องถิ่นภาคใต้ด้วยกัน แต่การเดินทางหลายร้อยกิโลเมตรจากบ้านโดยอาศัยเพียงรถประจำทาง เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยสำหรับพนักงานระดับล่างเงินเดือนน้อย</p>
<p>ผมทิ้งคนแก่อายุ ๙๐ ขวบที่ผมเรียกว่าแม่ไว้ข้างหลังอย่างโดดเดี่ยว</p>
<p>จะว่าไป..กำหนดที่ต้องออกจากงานประจำไม่ว่าจะเป็นในเมืองใหญ่หรือต่างจังหวัดซึ่งไม่ใช่ท้องถิ่นตนถูกร่างไว้ในใจตั้งแต่อายุของแม่เริ่มย่างออกจากเลข ๗๐ ขวบปีเล็กน้อย คนแก่ซึ่งหาอยู่หากินตามประสาคนแก่บ้านนอกทั่วไป ผิดก็แต่ แม่มีวิชาปรุงยาติดตัวมาหลายขนาน ทั้งเพื่อช่วยคนอื่นและรักษาตัวเองในวันที่เจ็บป่วยจนหายขาด แข็งแรงและปลอดโรคจนถึงทุกวันนี้</p>
<p>มีวัดข้างบ้านเป็นที่พึ่งทางใจ มีผักหญ้าริมทุ่งนา ในสวน ไว้เก็บขายเลี้ยงชีพ และเหลือไว้ทำบุญสุญทาน</p>
<p>ขณะเดียวกันที่คนหนุ่มอย่างผม ยังมองเห็นความสนุกสนานของการเดินทางเป็นดังอาหารเลี้ยงจิตวิญญาณ ถึงกับพูดกับตัวเองว่า หยุดเดินทางเมื่อไรก็ตายเมื่อนั้น</p>
<p>เมื่อใกล้ถึงปีที่จะต้องกลับบ้าน ผมรีบเร่งสะสมข้าวของบางอย่างไว้เพื่อการดำรงชีพในความเป็นธรรมดาอย่างชาวบ้านทั่วไป ช่วงเวลานี้เองที่ได้พบกับของเก่าชิ้นหนึ่งซึ่งสะดุดตาน่าสนใจ แม้ไม่ใช่ของสำคัญที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ทำอย่างไรได้ ในเมื่อชะตาเราต้องกัน</p>
<p>ชิ้นแรกเป็นท่อนไม้กลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเกือบศอก ทำจากไม้นุ่น เบาหวิว ข้างในกลมกลวงมีเหล็กขนาด ๑๐ มม. โผล่ออกมาเสมือนเป็นด้ามจับ</p>
<p>“ท่อสูบลมที่เขาใช้เป่าไฟตีเหล็ก” เพื่อนมุสลิมซึ่งเกิดและเติบโตในจังหวัดนครศรีธรรมราชบอกเล่าให้ฟังว่า เจ้าของข้าวของแปลกตาตรงหน้าผมแกเคยประกอบอาชีพตีเหล็ก ตอนนี้อายุมากแล้ว ไม่สามารถแม้แต่จะยกเหล็กชิ้นเล็กๆ ขึ้นทั่งได้อีกแล้ว</p>
<p>“ถามซื้อแกขายนะ จะเอาทั่งด้วยไหม เหล็กเสียบอยู่บนไม้ฝังดินอยู่ หนักมาก ต้องหาม” ผมพยักหน้าแบบงงๆ ว่าถ้าเอาแล้ว เอาไปทำอะไรนอกจากขยะหนักมากชิ้นหนึ่ง ให้เอาไปขายก็ไม่มีในความคิดขณะนั้น</p>
<p>ของสองอย่าง ผมซื้อแกมขอในราคา ๕๐๐ บาท คนแก่ยิ้มมีเลศนัยเหมือนมีตัวตายตัวแทน ก่อนจะพยักหน้าให้</p>
<p>เมื่อกลับมาใช้ชีวิตที่จังหวัดบ้านเกิด นานทีเดียวกว่าที่ผมจะรู้ว่าควรทำอย่างไรกับมัน</p>
<p>สำหรับท่อลมผมดัดแปลงเป็นชั้นวางของโดยเจาะคว้านเป็นช่อง วางไว้กลางห้องในมุมที่คิดว่าดีที่สุด เป็นการให้เกียรติเครื่องมือมีครูอย่างดีที่สุดเท่าที่สมองผมคิดได้ในตอนนั้น</p>
<p>ขณะที่ทั่งหรือเรียกให้ถูกว่าเป็นท่อนเหล็กขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๕ นิ้ว..ถูกวางทิ้งขว้างอยู่หลายนาน ก่อนกลายมาเป็นทั่งเหมือนเดิมในเวลา ๘ ปีหลังจากนั้น</p>
<p>สำหรับบางเหตุการณ์ บางปรากฏการณ์ ๘ ปีไม่นับว่านาน รู้สึกชัดแจ้งเหมือนเมื่อวาน</p>
<p>ทั่งดัดแปลงสไตล์พื้นบ้านท่อนนั้น มีความยาว จากหน้าตัดแบนไปจรดอีกด้านเหมือนโดนหักไม่เป็นระเบียบโดยรวมเกือบฟุต หนักเกินคนเดียวหยิบฉวย ใช้งานได้ดีตราบที่ฝีมือการนวดเหล็กของผมเป็นเพียงเด็กน้อยในชั้นป. เตรียม</p>
<p>ตอนนี้(ส.ค. ๒๕๕๒)ทั่งโบราณอันนั้นแทบไม่มีเวลาพักร้อนอีกแล้ว</p>
<p>ผมอาศัยการเรียนรู้หลายๆ กระบวนการของการตีเหล็กให้เป็นของใช้ในชีวิตประจำวันด้วยทั่งอันนี้ และนับถือเป็นทั่งครู</p>
<p><strong>แม้จะไม่ได้รับการครอบครูจากเจ้าของทั่ง(ซึ่งไม่มีพิธีเหล่านี้ในวิถีของมุสลิมอยู่แล้ว)ก็ตาม</strong></p>
<p>๒. ย้อนกลับสู่ช่วงปี ๒๕๓๕ จนถึงปี ๒๕๔๕ ผมทำงานประจำอยู่ในเมืองใหญ่ ใช้ชีวิตเมืองผสมผสานกับชีวิตในป่าเขาในวันหยุดและวันที่อยากหยุด โอกาสกลับบ้านมาดูแลคนแก่ที่ผมเรียกว่าแม่เป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น มีเพียงจดหมาย เครื่องยา ตัวยา กระปุกยาสมุนไพรที่แม่ปรุงเอาไว้ดูแลคนในหมู่บ้านที่ผมส่งมาให้แม่ แม่หาเงินเลี้ยงชีพและทำบุญได้เก่ง ขณะที่อายุของแกย่างเข้าวัย ๘๐ ปี</p>
<p>แม่ขายผักที่หาได้ง่ายๆ จากริมท้องไร่ท้องนาและสวน ทุกเช้าวันจันทร์แม่นั่งรถไม้สองแถวจากในหมู่บ้านไปขายของที่ตลาดนัด พร้อมกับยาสมุนไพรและพืชผักที่เสาะหาตระเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น</p>
<p>ขณะเดียวกันในช่วงปีนั้นเองที่ญาติข้างบ้านผมมีเรื่องราวของการลงทุนทำกิจการหลายอย่าง ต้องรวบรวมเงินทุนเข้าอุดหนุน หลายคนในหมู่บ้านเป็นเหยื่อของการลงทุนที่ล้มเหลว ถูกเชิดเงินไปโดยไม่ได้คืน ทั้งยังไม่มีหลักฐานใดๆ ค้ำประกันเงินกู้</p>
<p>ครับ,แม่เป็นหนึ่งในหลายคนเหล่านั้น</p>
<p>เงินสะสมจากคนแก่ซึ่งได้เวลาพักผ่อนและใช้เงินเลี้ยงตัวทำบุญสุนทานอย่างมีความสุขในเบื้องปลายของชีวิต กลับถูกหยิบยืมลืมหายไปโดยไม่ได้กลับคืนแม้สตางค์แดงเดียว บวกกลบคูณหารแล้ว ไม่น้อยกว่า สองแสน</p>
<p>โอ้….บาปกรรม</p>
<p>ทั้งหลายเหล่านั้นไม่น่าเศร้า เท่าผมไม่เคยรู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้กระทั่งสายเกินไป</p>
<p>ครับ…ในช่วงเวลานั้นผมสับสนว่าควรโกรธตัวเองที่ไม่กลับบ้านมาใช้ชีวิตร่วมกับแม่เหมือนอย่างที่ตั้งใจไว้นับแต่จบป. ๖ เพราะฐานะทางการเงินอันง่อนแง่น และมีเพียงผมกับแม่เท่านั้นที่ยังใช้ชีวิตอยู่ในบ้านสวนขี้คร้านฯ หรือควรโกรธญาติ(เขย)ที่กระทำต่อแม่เพียงเพราะวัยอันแก่เฒ่าและไว้ใจคนปากหวาน</p>
<p>แม้ว่าทุกวันนี้ผมปลดปลงอาการเคียดแค้น อาฆาตมาดร้ายต่อผู้ที่ทำกับแม่ แต่สำหรับความทรงจำด้านลบ บางเหตุการณ์ บางปรากฏการณ์ ยังรู้สึกชัดแจ้งเหมือนเกิดขึ้นเมื่อวานนี้</p>
<p><strong>……….แม้จะล่วงมาหลายปีแล้วก็ตาม</strong></p>
<p>๓. ต้นปี ๒๕๔๖ ผมกลับถึงบ้านในทุกค่ำคืนวันศุกร์</p>
<p>คืนหนึ่ง..หลังจากก้าวเข้าบ้าน เปิดสวิทช์ไฟฟ้า มองดูข้าวของเครื่องใช้ในบ้านซึ่ง รกและเน่า พอกพูนเหมือนบ้านร้าง ยืนหมุนดูรอบตัวด้วยความรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอ ตารื้น ก่อนน้ำตาจะร่วงพรู และปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นสิ่งหนึ่ง</p>
<p>ครับ แม่ยังมีชีวิต แข็งแรง และยังเดินเหิรได้ปรกติผิดกับคนวัย ๙๐ ปีคนอื่นๆ</p>
<p>เหตุที่ผมต้องร่ำไห้เพราะที่เห็นอยู่ตรงหน้าผมตอนนั้น คือภาพของหม้อหุงข้าวไฟฟ้าใบเล็กซึ่งผมซื้อไว้โดยหัดให้แม่หุงข้าวเองด้วยไฟฟ้าอย่างง่ายๆ โดยไม่ต้องเสียบปลั๊กไฟให้อันตราย ในภายในหม้อ มีข้าวสุกซึ่งเริ่มส่งกลิ่นเหม็นบูด กองอยู่ในหม้อหุงข้าวไฟฟ้าซึ่งไร้หม้ออะลูมิเนียมด้านในรองรับ แม่ใส่ข้าวสวยซึ่งรับมาจากข้าวก้นบาตรพระที่วัดข้างบ้านมาในไว้บนทำความร้อนนั้นตรงๆ เพราะหลงลืม</p>
<p>ผมแทบทรุดกองกับพื้นด้วยไร้เรี่ยวแรงพยุงร่าง คิดฟุ้งซ่านไปไกล</p>
<p>“นี่เราทำอะไรอยู่ ชีวิตภายนอกมันสนานมากใช่ไหม………….ฯลฯ ”</p>
<p>ครับ…….สำหรับบางอย่าง อาจต้องรอกันทั้งชีวิต ก่อนค้นพบว่าแท้ที่จริงแล้วคนเราไม่ต้องรอคอยสิ่งใดเลย ทุกสรรพสิ่ง ทุกเหตุผล มีวันเวลาของมันเอง เป็นอย่างที่มันเป็นอย่างนั้นเอง จังหวะของการเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ในช่วงเวลานั้นเวลานี้ ทุกข์เศร้าเหงาท้อหรือชื่นรื่นสมหวัง มันก็เป็นเวลาของมันเอง อย่างนั้นเอง</p>
<p>ถึงเวลาไปจะเหนี่ยวรั้งอย่างไรก็ไม่สามารถ หากจะต้องกลับ ผลักไสอย่างไรก็ไม่เคลื่อน</p>
<p>บทจะหวนคืน แค่อะไรบางอย่างมากระตุกต่อม ต่อให้ช้างทั้งโขลงมายืนขวางก็ต้องฝ่าข้ามไปให้ได้</p>
<p><strong>ชีวิตมักเป็นแบบนี้ &#8211; เสมอ</strong></p>
<p><img src="http://farm3.static.flickr.com/2583/3822332845_62d99098a1.jpg" alt="" /></p>
<p>ตอนนี้อายุของแม่ ย่าง ๙๖ ไม่มีโรคภัยประจำตัวอย่างคนชราคนอื่นๆ แข็งแรงตราบเท่าที่คนแก่วัยนี้พึงมี ผมสามารถจูงเดินออกกำลังได้บ้าง ขึ้นลงบันไดโดยการพยุงโดยมีเสียงหอบหายใจพอเหนื่อย ความจำดี แม้มีอาการหลงๆ เบลอๆ ย้อนยุคบ้างในบางวัน</p>
<p>สายตาที่มองมายังผมสะท้อนภาพของเด็กน้อยคนหนึ่ง,ไม่ยอมโต เด็กน้อยผู้ซึ่งดูแลให้แม่ได้ลาพักร้อนทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี ติดต่อกันมานับแต่วันแรกที่เริ่มเข้ามาใช้ชีวิตอย่างที่แม่ปูไว้ให้</p>
<p><strong>ดีใจและเป็นเกียรติอย่างสูงครับที่ได้เป็นลูกของแม่</p>
<p>……….แม้ว่าแม่จะไม่ได้เป็นให้กำเนิดผมมาก็</strong></p>
<p>             ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/suankikran.wordpress.com/57/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/suankikran.wordpress.com/57/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/suankikran.wordpress.com/57/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/suankikran.wordpress.com/57/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/suankikran.wordpress.com/57/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/suankikran.wordpress.com/57/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/suankikran.wordpress.com/57/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/suankikran.wordpress.com/57/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/suankikran.wordpress.com/57/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/suankikran.wordpress.com/57/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/suankikran.wordpress.com/57/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/suankikran.wordpress.com/57/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/suankikran.wordpress.com/57/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/suankikran.wordpress.com/57/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suankikran.wordpress.com&amp;blog=2322893&amp;post=57&amp;subd=suankikran&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://suankikran.wordpress.com/2009/08/14/%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%af/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cc99adab323d080483bcfe09c3d6c628?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">sailomloy</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://farm3.static.flickr.com/2559/3820225707_9439d76c07.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm3.static.flickr.com/2583/3822332845_62d99098a1.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.ปลากัดทุ่งแท้ๆ หาย?&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</title>
		<link>http://suankikran.wordpress.com/2009/06/22/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b9%86-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://suankikran.wordpress.com/2009/06/22/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b9%86-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2009 14:03:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sailomloy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://suankikran.wordpress.com/?p=54</guid>
		<description><![CDATA[ปลายเดือนห้า ต่อ เดือนหก ภาคใต้,ในหมู่บ้านของเด็กน้อยในยุคที่ท้องทุ่งทางทิศตะวันตก ยังมีการทำนากันเป็นปรกติแทบทุกครัวเรือนที่มีที่นาเป็นของตนเอง ยุคนั้นกิจกรรมของเด็กหนีเที่ยว ไม่พ้นหัวคันนา ต้นหว้า หลังควาย ปลากัด หนังสะติ๊ก คันเบ็ด และสัตว์เลี้ยงประจำตัว ยุคนั้นไฟฟ้ายังไม่เข้ามาในหมู่บ้าน ไม่มีทีวี สิ่งบันเทิงเดียวที่ทันสมัยที่สุดคือวิทยุทรานซิสเตอร์ สิ้นฤดูการเก็บเกี่ยวตั้งแต่ปลายเดือนสาม ฟ้าแล้ง ดินในนาแห้งแตกระแหงพร้อมกับการหายไปของปลาทุกชนิด พวกผู้ใหญ่เล่าว่าปลามันลงลึกหรือไม่ก็จมโคลนฝังตัวอยู่ใต้ดินที่มีซุ้มเฉพาะของมัน เมื่อฝนพรัด(ฝนตะวันตก)ตกหนักติดต่อกันหลายวัน ดินที่แห้งขังน้ำ กระทั่งอิ่มตัว ปลาจากไหนต่อไหนบ้าน้ำใหม่ ครับ&#8230;ปลากัดทุ่งก็เช่นกัน เด็กน้อยเดินลุยในนาอย่างสบายใจเฉิบเพราะดินยังแข็งไม่มีตมโคลนให้เดินยาก น้ำใสจนมองเห็นพื้นดิน หญ้าน้ำต้นเล็ก ๆ เริ่มผลิยอดออกจากรอยแตกระแหง ที่ธรรมชาติสร้างไว้ตั้งแต่หน้าแล้ง ช่วงนี้&#8230;ฝนตกทั้งวันทั้งคืน ตกค่ำ&#8230;ท้องทุ่งที่เคยเงียบเหงา จะเต็มไปด้วยเสียงมโหรี น่าแปลกที่มีแสงวอมแวมแต้มตรงนั้นตรงนี้ สะท้อนผิวน้ำระยิบระยับ ในคืนที่ฝนตกหนัก คือคืนที่คนออกหาอาหารมื้อสำคัญ &#8211; กบนา รุ่งเช้าฝนหยุดแล้ว ท้องทุ่งเต็มไปคนอีกพวก ต่างคนต่างเดินก้มหน้าสอดส่ายสายตาไปยังตอซังที่โผล่พ้นน้ำ ที่นั่น จะมีไข่ฟองเล็กๆ เบียดกันแน่น ไข่แมงดานานั่นเอง&#8230;.ใต้ซุ้มหญ้าในน้ำ แมงดานาตัวผู้กลิ่นฉุนจะเฝ้าฟองไข่เล็กๆ พวกนี้ หากไม่รีบหนีจะถูกมนุษย์จับทำตำน้ำพริกพร้อมกับเด็ดไข่พวกนี้ไปปิ้งไฟให้เด็กกิน หลังจากนั้นอีกหลายวัน เด็กๆ เริ่มทะยอยลงไปในท้องทุ่ง คราวนี้กระจายกันเดินบนคันนาเงียบเชียบ สายตาจ้องมองหาฟองสีขาวริมคันนา [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suankikran.wordpress.com&amp;blog=2322893&amp;post=54&amp;subd=suankikran&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Plakud2.jpg" alt="" /></p>
<p>ปลายเดือนห้า ต่อ เดือนหก </p>
<p>ภาคใต้,ในหมู่บ้านของเด็กน้อยในยุคที่ท้องทุ่งทางทิศตะวันตก ยังมีการทำนากันเป็นปรกติแทบทุกครัวเรือนที่มีที่นาเป็นของตนเอง ยุคนั้นกิจกรรมของเด็กหนีเที่ยว ไม่พ้นหัวคันนา ต้นหว้า หลังควาย ปลากัด หนังสะติ๊ก คันเบ็ด และสัตว์เลี้ยงประจำตัว  </p>
<p>ยุคนั้นไฟฟ้ายังไม่เข้ามาในหมู่บ้าน ไม่มีทีวี สิ่งบันเทิงเดียวที่ทันสมัยที่สุดคือวิทยุทรานซิสเตอร์    </p>
<p>สิ้นฤดูการเก็บเกี่ยวตั้งแต่ปลายเดือนสาม ฟ้าแล้ง ดินในนาแห้งแตกระแหงพร้อมกับการหายไปของปลาทุกชนิด พวกผู้ใหญ่เล่าว่าปลามันลงลึกหรือไม่ก็จมโคลนฝังตัวอยู่ใต้ดินที่มีซุ้มเฉพาะของมัน  </p>
<p>เมื่อฝนพรัด(ฝนตะวันตก)ตกหนักติดต่อกันหลายวัน ดินที่แห้งขังน้ำ กระทั่งอิ่มตัว ปลาจากไหนต่อไหนบ้าน้ำใหม่ </p>
<p>ครับ&#8230;ปลากัดทุ่งก็เช่นกัน เด็กน้อยเดินลุยในนาอย่างสบายใจเฉิบเพราะดินยังแข็งไม่มีตมโคลนให้เดินยาก น้ำใสจนมองเห็นพื้นดิน หญ้าน้ำต้นเล็ก ๆ เริ่มผลิยอดออกจากรอยแตกระแหง ที่ธรรมชาติสร้างไว้ตั้งแต่หน้าแล้ง </p>
<p>ช่วงนี้&#8230;ฝนตกทั้งวันทั้งคืน </p>
<p>ตกค่ำ&#8230;ท้องทุ่งที่เคยเงียบเหงา จะเต็มไปด้วยเสียงมโหรี น่าแปลกที่มีแสงวอมแวมแต้มตรงนั้นตรงนี้ สะท้อนผิวน้ำระยิบระยับ </p>
<p>ในคืนที่ฝนตกหนัก คือคืนที่คนออกหาอาหารมื้อสำคัญ &#8211; กบนา</p>
<p>รุ่งเช้าฝนหยุดแล้ว ท้องทุ่งเต็มไปคนอีกพวก ต่างคนต่างเดินก้มหน้าสอดส่ายสายตาไปยังตอซังที่โผล่พ้นน้ำ ที่นั่น จะมีไข่ฟองเล็กๆ เบียดกันแน่น </p>
<p><img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Mangda2.jpg" alt="" /></p>
<p>ไข่แมงดานานั่นเอง&#8230;.ใต้ซุ้มหญ้าในน้ำ แมงดานาตัวผู้กลิ่นฉุนจะเฝ้าฟองไข่เล็กๆ พวกนี้ หากไม่รีบหนีจะถูกมนุษย์จับทำตำน้ำพริกพร้อมกับเด็ดไข่พวกนี้ไปปิ้งไฟให้เด็กกิน </p>
<p>หลังจากนั้นอีกหลายวัน เด็กๆ เริ่มทะยอยลงไปในท้องทุ่ง คราวนี้กระจายกันเดินบนคันนาเงียบเชียบ   </p>
<p>สายตาจ้องมองหาฟองสีขาวริมคันนา มันอาจจะเกาะนิ่งลอยน้ำอยู่กับกอหญ้าที่ไหนซักแห่ง เราเรียกว่า “หวอด” ในนั้นมีไข่เม็ดเล็กๆ อยู่ข้างใน เป็นจุดสีขาวขุ่นเต็มทุกฟอง </p>
<p>ค่อยๆ ย่องเข้าไป ขวดเปล่าเหน็บไว้ยังไม่เติมน้ำถือโชคลางที่ว่า ยังไม่ได้ปลา อย่าเพิ่งเตรียมให้พร้อมจนเกินไปอาจจะอด จากนั้นค่อยๆ คุกเข่า แหวกกอหญ้าเบาๆ ยื่นมือขวาออกไปตั้งพุ่มอุ้งมือดักทางขวา มือซ้ายค่อยๆ ดักอ้อมทางด้านซ้าย กวาดต้อนอุ้งมือเข้าหากัน โกยเข้าหาหวอด ซึ่งมักติดอยู่กับคันนา </p>
<p>ด้วยสองมือเปล่าเราคัดเลือกปลาตัวผู้อย่างผู้ชำนาญการ สวยก็เอาใส่ขวด ไม่สวยก็ปล่อยให้เฝ้ารังต่อไป โดยไม่ยกขึ้นมาจากน้ำด้วยซ้ำ</p>
<p>ปลาตัวผู้คือปลาที่เฝ้ารัง เฝ้าไข่จนกว่าจะมีลูกปลาออกมาจากไข่ออกหากินได้ หน้าที่อันแปลกประหลาดนี้เกิดจากพฤติกรรมของตัวเมียหลังจากที่วางไข่แล้ว มักจะกินไข่ของตัวเองเป็นอาหาร ธรรมชาติจึงมอบหมายหน้าที่อันสูงส่งนี้ให้ตัวผู้ทำหน้าที่แทน</p>
<p>ยุคสมัยที่ปลากัดทุ่งเฟื่องฟู ตอนนั้นปลากัดลูกหม้อเพิ่งเป็นที่รู้จักของเด็กๆ ไม่กี่คน แต่มีผู้เฒ่าในหมู่บ้านบางคนเสาะหามาไว้เล่นและเพาะพันธุ์กันแล้ว  การพนันเริ่มขึ้นในบ้านหลังหนึ่งซึ่งทึบทึมเมื่อมองจากภายนอก แต่สว่างโพลนเมื่อเข้าไปข้างใน แสงแดดทะลุงผ่านหลังคาจากซึ่งเว้นบางจุดไว้สำหรับใส่กระจกโปร่งแสงแทนหลังคา แดดจึงตกกระทบไปยังโหลปลาซึ่งวางเรียงเป็นตับ สวยขลังมลังเมลือง </p>
<p>ปลาแพ้บางตัวถูกปล่อยลงนา จากนาสู่นา เกิดผสมกับปลากัดป่า หรือปลากัดทุ่งดั้งเดิมกลายเป็นปลาพานทางหรือพันธุ์ทาง ลูกผสมระหว่างปลากัดลูกหม้อซึ่งส่วนใหญ่มีสีเขียวมรกต ครามบางตัวสีแดงเข้ม</p>
<p><img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Plakud3.jpg" alt="" /></p>
<p>ยุคนั้น ปลากัดทุ่งกัดเร็ว ผลแพ้ชนะเร็ว แต่ปลากัดหม้อเป็นเวลาของความเอื่อยเฉื่อยนานหลายชั่วโมง เด็กๆ แม้ชอบความสวยและขนาดของปลากัดหม้อ แต่ด้วยความเชื่องช้าไม่ทันใจจึงไม่เสาะหามาเลี้ยง </p>
<p>ยุคปลากัดเฟื่องฟู เด็กตลาดซึ่งไม่ค่อยสนใจกิจกรรมพวกนี้ กลับข้ามถิ่นมาพร้อมกับชะนางเครื่องมือจับปลาขนาดเล็ก ไล่ไสไถดะตลอดงแต่ท้ายคลองยันริมคันนา เอาสิ้นแม้ปลากริม ไม่สวยเหมือนปลากัดเลยต้องเอาไปเป็นลูกไล่ </p>
<p>เราดูแคลนเด็กตลาดแบบเจ้าถิ่นหวงก้างหยามหยันพฤติกรรมอันไม่ใช้สองมือเปล่าแบบเด็กบ้านทุ่งเยี่ยงเรา ไม่เป็นลูกผู้ชาย&#8230;ไม่ให้โอกาสปลา</p>
<p>โธ่เอ๋ย..เด็กน้อย วิธีไหนก็บาปเดียวกันแหละหนอ </p>
<p>ปลากัดแท้หายไปจากเด็กวัยนั้นและวัยถัดมา เพียงเพราะชาวบ้านเริ่มไม่ทำนาหันมาซื้อข้าวกิน เด็กๆ ไม่ลงเที่ยวเล่นในนา กิจกรรมที่เชื่อร้อยถัดมาจึงขาดไปโดยปริยาย </p>
<p>ปลากัดทุ่งแท้ๆ อาจกำลังสืบสายพันธุ์อยู่อย่างเงียบๆ กระทั่งวันนี้ คนที่เล่นปลากัดยังเป็นวัยผู้ใหญ่ ปลากัดหม้อและลูกผสมพันธุ์ทางยังเป็นที่นิยม ปลากัดทุ่งแท้ขนาดเล็กกลายเป็นปลาที่ถูกนำกลับมาใช้งานอีกครั้ง – ลูกไล่</p>
<p><img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Plakud1.jpg" alt="" /></p>
<p>ศักดิ์ศรีของปลากัดทุ่งหายไปจากห้วงคำนึงของเด็กน้อยในยุคโน้นเสียแล้ว แม้เด็กยุคนี้ยังเล่นปลากัดเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียวคนเดียว </p>
<p>ยุคนี้ในหมู่บ้านมีทั้งไฟฟ้า และอินเตอร์เน็ทความเร็ว(ค่อนข้าง)สูง เด็กๆ วัยรุ่นหมกอยู่กับเกมส์ตู้ ยาเสพติดสูตรพิสดาร ขณะที่ผู้ใหญ่ในวัยที่ต้องรับผิดชอบเด็กๆ พวกนั้น กลับใช้เวลานอกเหนือจาการงานเลี้ยงชีพไปสุมรุมอยู่กับไก่ชน ปลากัด นกกรงหัวจุก </p>
<p>ข้อดีคือ ปลากัดทุ่งแท้ๆ ยังอยู่ และจะยังอยู่ตลอดไปตราบที่สิ่งแวดล้อมที่พวกมันสามารถอาศัยสืบทอดเผ่าพันธุ์ได้ ยังไม่เปลี่ยนไปจนต้องสูญพันธุ์ไปในที่สุด </p>
<p><strong>ส่วนข้อเสีย&#8230;ช่างมัน</strong> </p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/suankikran.wordpress.com/54/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/suankikran.wordpress.com/54/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/suankikran.wordpress.com/54/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/suankikran.wordpress.com/54/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/suankikran.wordpress.com/54/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/suankikran.wordpress.com/54/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/suankikran.wordpress.com/54/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/suankikran.wordpress.com/54/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/suankikran.wordpress.com/54/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/suankikran.wordpress.com/54/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/suankikran.wordpress.com/54/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/suankikran.wordpress.com/54/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/suankikran.wordpress.com/54/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/suankikran.wordpress.com/54/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suankikran.wordpress.com&amp;blog=2322893&amp;post=54&amp;subd=suankikran&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://suankikran.wordpress.com/2009/06/22/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b9%86-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cc99adab323d080483bcfe09c3d6c628?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">sailomloy</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Plakud2.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Mangda2.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Plakud3.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Plakud1.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title></title>
		<link>http://suankikran.wordpress.com/2009/03/08/52/</link>
		<comments>http://suankikran.wordpress.com/2009/03/08/52/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Mar 2009 15:09:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sailomloy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://suankikran.wordpress.com/?p=52</guid>
		<description><![CDATA[กลางกุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ แล้งเหลือเกิน&#8230; คนในสวนสงสารต้นไม้อ่อนหลายต้นที่เพิ่งปลูกไว้ในปีที่แล้ว เริ่มเหี่ยวเฉาและตายไปอย่างน้อยสามสี่ต้น คนในสวนแบบฉัน..ผู้ฝากอนาคตไว้กับวันนี้ในแผ่นดินแม่ ซึ่งถูกสร้างทำไว้โดยคนรุ่นก่อน เพื่อคนรุ่นต่อมา ได้อาศัยพึ่งพา ย่ำเดิน ค้นตัวตนอย่างแจ่มชัดในช่วงระยะเวลาหนึ่ง &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;อย่างน้อยเพื่อละทิ้งในที่สุด อย่าง&#8230;เช้านี้อากาศเย็นสบาย หมอกหนา น้ำค้างพรู เย็นอากาศเช้าสดชื่น สบายใจ ใบหน้ายิ้มแย้ม แม้นอนดึกและตื่นเช้า เช้ามืด..ได้สวดมนต์ นั่งทำสมาธิ อีกหลายชั่วโมงต่อมาจะพบว่าร่างกาย,จิตใจ&#8230;.โปร่งเบา ช่วงนี้ดอกไม้หลากชนิดบานสลอน ทั้งริมสวน ในสวน ริมทาง ดอกหญ้าสาระพัน เวลาที่เหลือว่างจากการงานเลี้ยงชีพจึงออกเดินตามดู สายแล้ว&#8230;ขณะเดินไปขนไม้ฟืนมาเผาถ่าน จมูกได้กลิ่นหอมเย็นลอยมา กลิ่นของดอกไม้ที่คุ้นชินมาแต่เด็ก &#8211; กลิ่นดอกกาแฟ ในสวนของอาข้างบ้านมีต้นกาแฟกำลังออกดอกสีขาว – หอม เดินกลับมาดูในสวนขี้คร้านก็มีดอกขาวเบ่งบานเหมือนกัน หอมไกล หอมยวนใจ ขณะทำงานหนักชวนให้รื่นมากกว่าตั้งใจสูดดม ดอกกาแฟเหมือนดอกไม้กลิ่นแรงทั่วไป เข้าใกล้เกินไปพาลจะขาดใจตายตรงนั้นเพราะกลิ่นแรงเหลือร้าย แต่ถ้ากลิ่นหอมนั่นลอยไกล ตามสายลมอ่อน ยามสาย แตะจมูกใครก็ชื่น ก็รื่น กลิ่นทำให้ฉันรำลึกความหลัง(อีกแล้ว) กลิ่นดอกกาแฟในสวนขี้คร้านในยุคโน้น ยุคที่จังหวัดชุมพรแทบไม่มีต้นกาแฟในสวน มีเพียงคนเดินทางไกลเพื่อค้าขายด้วยเรือกลไฟจากบางกอกล่องมาทางทะเลอ่าวไทยไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้จักและนำต้นพันธุ์ต้นแรกมาเผยแพร่ คนแก่ที่บ้านเคยเล่าให้ผมฟังถึงต้นกาแฟต้นแรกที่ได้นำมาปลูกในสวน ปลูกจนได้เก็บเมล็ดตากแห้ง ตำ ร่อนเลือกเอาเฉพาะ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suankikran.wordpress.com&amp;blog=2322893&amp;post=52&amp;subd=suankikran&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กลางกุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ แล้งเหลือเกิน&#8230;</strong></p>
<p><img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Cafe7.jpg" alt="" /></p>
<p>คนในสวนสงสารต้นไม้อ่อนหลายต้นที่เพิ่งปลูกไว้ในปีที่แล้ว เริ่มเหี่ยวเฉาและตายไปอย่างน้อยสามสี่ต้น </p>
<p>คนในสวนแบบฉัน..ผู้ฝากอนาคตไว้กับวันนี้ในแผ่นดินแม่ ซึ่งถูกสร้างทำไว้โดยคนรุ่นก่อน เพื่อคนรุ่นต่อมา ได้อาศัยพึ่งพา ย่ำเดิน ค้นตัวตนอย่างแจ่มชัดในช่วงระยะเวลาหนึ่ง </p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;อย่างน้อยเพื่อละทิ้งในที่สุด</p>
<p>อย่าง&#8230;เช้านี้อากาศเย็นสบาย หมอกหนา น้ำค้างพรู เย็นอากาศเช้าสดชื่น สบายใจ ใบหน้ายิ้มแย้ม แม้นอนดึกและตื่นเช้า เช้ามืด..ได้สวดมนต์ นั่งทำสมาธิ อีกหลายชั่วโมงต่อมาจะพบว่าร่างกาย,จิตใจ&#8230;.โปร่งเบา</p>
<p>ช่วงนี้ดอกไม้หลากชนิดบานสลอน ทั้งริมสวน ในสวน ริมทาง ดอกหญ้าสาระพัน เวลาที่เหลือว่างจากการงานเลี้ยงชีพจึงออกเดินตามดู  </p>
<p>สายแล้ว&#8230;ขณะเดินไปขนไม้ฟืนมาเผาถ่าน จมูกได้กลิ่นหอมเย็นลอยมา กลิ่นของดอกไม้ที่คุ้นชินมาแต่เด็ก &#8211; กลิ่นดอกกาแฟ </p>
<p><img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Cafe3.jpg" alt="" /></p>
<p>ในสวนของอาข้างบ้านมีต้นกาแฟกำลังออกดอกสีขาว – หอม  เดินกลับมาดูในสวนขี้คร้านก็มีดอกขาวเบ่งบานเหมือนกัน </p>
<p>หอมไกล หอมยวนใจ ขณะทำงานหนักชวนให้รื่นมากกว่าตั้งใจสูดดม </p>
<p>ดอกกาแฟเหมือนดอกไม้กลิ่นแรงทั่วไป เข้าใกล้เกินไปพาลจะขาดใจตายตรงนั้นเพราะกลิ่นแรงเหลือร้าย แต่ถ้ากลิ่นหอมนั่นลอยไกล ตามสายลมอ่อน  ยามสาย แตะจมูกใครก็ชื่น ก็รื่น </p>
<p>กลิ่นทำให้ฉันรำลึกความหลัง(อีกแล้ว)  </p>
<p>กลิ่นดอกกาแฟในสวนขี้คร้านในยุคโน้น ยุคที่จังหวัดชุมพรแทบไม่มีต้นกาแฟในสวน มีเพียงคนเดินทางไกลเพื่อค้าขายด้วยเรือกลไฟจากบางกอกล่องมาทางทะเลอ่าวไทยไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้จักและนำต้นพันธุ์ต้นแรกมาเผยแพร่  </p>
<p>คนแก่ที่บ้านเคยเล่าให้ผมฟังถึงต้นกาแฟต้นแรกที่ได้นำมาปลูกในสวน ปลูกจนได้เก็บเมล็ดตากแห้ง ตำ ร่อนเลือกเอาเฉพาะ “สาร” ตากแห้งดีแล้วส่งรวบรวมใส่กระสอบฝากขายด้วยเรือกลไฟส่งขึ้นบางกอก</p>
<p>หลายเดือนต่อมาก็ได้รับเงินค่าเมล็ดกาแฟ – ยาวนานจนลืมเลือนกันเลยเชียว</p>
<p>ต้นกาแฟยุคแรก เป็นต้นพันธุ์พื้นเมืองที่ชอบอากาศร้อนแบบปักษ์ใต้(คาดเดาเอาโดยคร้านจะสืบค้นข้อมูลเชิงวิชาการให้เมื่อยต่อมว่า..น่าจะเป็นสายพันธุ์โรบัสต้ารุ่นเก่าแท้และดั้งเดิม) ต้นสูง ร่มครึ้ม แตกกิ่งก้านจนเป็นทรงพุ่มขนาดใหญ่ เด็กๆ มักชอบที่หาที่ทำของเล่นกันใต้ต้นกาแฟนั่นเอง หนักเข้าก็หาโครงไม้ไผ่มาขึ้นรูปทรงเป็นบ้านบ้านหลังน้อยๆ มุงด้วยใบมะพร้าว </p>
<p>วันหยุดขลุกกันอยู่ในขนำน้อยใต้ต้นกาแฟนั่นเอง</p>
<p>อย่างที่ฉันบอก กาแฟดอกหอม – หอมในช่วงที่ย่างเข้าฤดูกาลแล้ง เข้าช่วงปิดเทอมใหญ่ของเด็กๆ พอดี ความทรงจำของคนที่จัดระเบียบความจำอันแสนห่วยอย่างฉัน จึงอาศัยกลิ่นดอกกาแฟเป็นตัวเชื่อมโยง</p>
<p>ยุคนี้ กาแฟเป็นรายได้อีกอย่างหนึ่งของจังหวัดชุมพร บางคนอาจคุ้นเคยกับกาแฟเขาทะลุ &#8211; สวี ชุมพร ซึ่งเป็นต้นพันธุ์ซึ่งผ่านการพัฒนาสายพันธุ์ด้วยเนื้อเยื่อ ระยะเวลาหลังจากการปลูกเพียงสามปีก็ออกดอกให้ผล กาแฟพื้นเมืองรุ่นเก่าแทบหายไปจากสวนของชาวบ้านแล้ว คงเหลือแต่ในสวนโบราณไม่กี่แห่ง</p>
<p><img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Cafe8.jpg" alt="" /></p>
<p>ครับ..ในสวนขี้คร้านยังมี</p>
<p>บอกตามตรง&#8230;.ฉันไม่เคยได้พิศดอกกาแฟอย่างจริงจังแบบใกล้จนเห็นละอองเกสรแบบนี้ เห็นผึ้งมุดดอกโน้นดอกนั้นแล้วอดยิ้มกับตัวเองไม่ได้ </p>
<p>เออ..นี่เหวย ของสวยงามใกล้ตัวเยอะแยะให้ยลยอ สูเจ้าจักทดท้อไปทำไม&#8230;&#8230;.นิ? </p>
<p>กลุ่มดอกสีขาวรวมกันเป็นกระจุกในแต่ละจุดบนกิ่งแบบนอนกิ่ง แทรกในจุดเดียวกันทั้งสองด้านของก้านใบ ถัดไปอีกกลุ่ม อีกกลุ่ม </p>
<p>สวยไหมนั่น&#8230;.มองไกลเหมือนผมจุกสีขาว ขาวเป็นจุก ขาวเป็นจุด </p>
<p>เพื่อให้ชัดขึ้นฉันเก็บภาพดอกตูม มด ดอกบานเดี่ยวๆ เพื่อให้ได้ชื่นชมกันแจ้งแจ้ง รวมไปถึงก้านช่อดอกที่ทำให้มองเหมือนไม้เสียบดอกไม้สีขาว เอาไว้เป็นกลุ่มๆ พาดไปพาดมาท่ามกลางสีเขียวของใบ  </p>
<p>พูดถึงใบ&#8230;มีคนเคยบอกฉันเรื่องสรรพคุณบางอย่างของกาแฟ.. </p>
<p>ว่าด้วยใบอ่อน – ตำส้ม ส้มตำไทย แทนที่ใบผักบุ้งด้วยใบกึ่งอ่อนกึ่งแก่(เพสลาด – อ่านว่า เพ &#8211; สะ  &#8211; หลาด)ของกาแฟห่อส้มตำ พอดีคำ ใส่ปากเคี้ยวกร้วมๆ อร่อยแท้&#8230;</p>
<p>ฉันไม่ได้อำเล่นนะเธอ&#8230;ลองดู อร่อยแท้</p>
<p>อีกเรื่องของใบกาแฟ ใบแก่ ล้างสะอาดแล้ว ตากแดดแห้ง ใส่กาน้ำร้อนรสเข้มตาสว่างเฉกเดียวกับ(ผล)กาแฟบดปรุงรสเทียว อันนี้ฉันไม่เคยลอง – ฟังเขาเล่ามา  </p>
<p><img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/CafeBee-1.jpg" alt="" /></p>
<p>กลับมาที่ดอก</p>
<p>&#8230;ดอกกาแฟบานไม่เกินสามวันร่วง เหลือกลีบดอกสีตุ่นซบก้านใบ แต่ก้านดอกยังเขียวสดต่อไปอีกหน่อย กลุ่มผลเล็กๆ เริ่มปรากฏชัด </p>
<p>สุกแดงก็สวยไปอีกแบบ ช่วงนี้เก็บเกี่ยวได้แล้ว ตากแห้ง ส่งโรงสีกาแฟส่งขายเปลี่ยนเป็นเงิน  </p>
<p>แล้งแล้ว&#8230;&#8230;เป็นเวลาของดอกไม้หลากชนิดบาน คนในสวนแบบฉัน..ผู้ฝากอนาคตไว้กับวันนี้(ปัจจุบันขณะ) ในแผ่นดินซึ่งถูกสร้างทำไว้โดยคนรุ่นก่อน เพื่อคนรุ่นฉันได้อาศัยพึ่งพา ย่ำเดิน ค้นตัวตนอย่างแจ่มชัดในช่วงเวลาหนึ่ง</p>
<p><strong>อย่างน้อย&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;ก็เพื่อละทิ้งในที่สุด</strong><br />
๐<br />
๐<br />
๐<br />
๐<br />
๐<br />
๐<br />
๐<br />
๐<br />
๐<br />
๐</p>
<p>ปล.เพื่อสืบสายพันธุ์ของกาแฟโบราณ(อันมีชีวิต)ฉันขุดต้นเล็กๆ ใส่ถุงดำอนุบาลไว้รอเธอในสวนขี้คร้าน ฝนไหนถ้าเธอว่างก็มาหิ้วไปนะ  ปลูกไว้ริมชายคาเพื่อเชยกลิ่นดอกหอม &#8230;.หอมรื่น รื่น ด้วยกัน</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/suankikran.wordpress.com/52/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/suankikran.wordpress.com/52/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/suankikran.wordpress.com/52/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/suankikran.wordpress.com/52/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/suankikran.wordpress.com/52/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/suankikran.wordpress.com/52/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/suankikran.wordpress.com/52/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/suankikran.wordpress.com/52/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/suankikran.wordpress.com/52/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/suankikran.wordpress.com/52/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/suankikran.wordpress.com/52/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/suankikran.wordpress.com/52/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/suankikran.wordpress.com/52/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/suankikran.wordpress.com/52/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suankikran.wordpress.com&amp;blog=2322893&amp;post=52&amp;subd=suankikran&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://suankikran.wordpress.com/2009/03/08/52/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cc99adab323d080483bcfe09c3d6c628?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">sailomloy</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Cafe7.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Cafe3.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Cafe8.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/CafeBee-1.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;พญายอ&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.</title>
		<link>http://suankikran.wordpress.com/2009/03/08/%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://suankikran.wordpress.com/2009/03/08/%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Mar 2009 15:00:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sailomloy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://suankikran.wordpress.com/?p=50</guid>
		<description><![CDATA[เธอ&#8230; รู้จักต้นพญายอไหม? บางคนอาจเรียกเสลดพังพอนตัวเมีย บางคนบางถิ่นอาจเรียก ผักมันไก่ ผักลิ้นเขียด พญาปล้องดำ พญาปล้องทอง ฯลฯ ตามบ้านเรือนทั้งในเมืองและชนบทมักปลูกกันไว้เป็นสมุนไพรประจำบ้าน นอกเหนือจาก รางจืด ไพล ฟ้าทะลายโจร ทองพันชั่ง ว่านสาระพัน ฯลฯ แล้ว พญายอคือสมุนไพรอีกชนิดที่มีติดสวน บาดแผลที่เกิดการใช้ชีวิตประจำวันพวก แมลงมีพิษกัดต่อย แค่เอาใบสดมาตำพอกก็หายเร็ว ด้วยบ้านสวนของฉัน มียาน้ำมันสารพัดประโยชน์อยู่ขนานหนึ่ง สูตรของแม่&#8230;ฉันเอามาประยุกต์โดยใส่ใบพญายอลงในส่วนผสมนี้ด้วย มีน้ำมันมะพร้าวเป็นหลัก รวมไปถึงส่วนผสมอื่นอีกมากมาย ยาของแม่ขนานนี้ เรามีติดบ้านไว้มากเกินความจำเป็นเฉพาะตนเองเสมอ เพราะมักมีคนอื่นๆ ทั่งเพื่อนบ้านและคนไกลแวะเวียนมาขอแบ่งใช้เสมอ เสมือนยาสามัญประจำบ้าน ฉันปลูกพญายอไว้หลายต้นโดยการปักชำกิ่งแก่ลงดิน ด้วยว่าปลูกง่าย&#8230;ไม่นานก็แตกกอจนรกเรื้อ พิเศษตรงที่งอกริมโคนต้นสุพรรณนิการ์เลื้อยขึ้นเกี่ยวพันกิ่งต้นจนสูงลิ่ว ถูกทิ้งให้เลื้อยงอกงามยาวเฟื้อย กระทั่งมีบางอย่างเกิดขึ้น&#8230; วันนี้&#8230;ฉันพาดพะองไม้ไผ่ปีนต้นสุพรรณิการ์เพื่อถ่ายภาพ ยามสายแดดแรงแสงสวย กวาดสายตาสะดุดกับสีสดของดอกไม้ดอกน้อยบนเรียวก้าน ฉันเพิ่งรู้วันนี้เองว่า&#8230;คนโบราณใช้สมมติฐานไหนมาบ่งชี้ว่าพืชชนิดนี้แก้พิษได้ นอกเหนือจากการเดาสุ่มซึ่งเสี่ยงด้วยชีวิตหากพืชนั้นมีพิษ เมื่อได้เห็นดอกของพญายอหรือเสลดพังพอนตัวเมีย จึงแจ่มชัด&#8230;.ว่าบางที รูปแบบของดอกอาจเป็นแรงดลใจแรกในการค้นคว้าทดลอง ในกลุ่มของกิ่งก้านขัดกันไปมาดอกสองดอกที่เคียงกันปากดอกอ้าเผยให้เห็นเกสรสองอันลักษณะเหมือนเขี้ยวงูซึ่งกำลังอ้าปาก โดยมีกลีบดอกสีแดงส้มห่อหุ้ม &#8230;อืมห์&#8230;สวยแปลก เหมือนงูกำลังอ้าปาก ฉันถ่ายภาพเจ้าดอกพญายอในมุมมองต่างๆ เท่าที่สามารถเล่นมุมบนที่สูงได้ จนกระทั่งแบตฯ กล้องหมด จากนั้นปีนพะองกลับมายืนขาสั่นอยู่เบื้องล่าง ตำราเขาว่าพญายอออกดอกเป็นช่อ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suankikran.wordpress.com&amp;blog=2322893&amp;post=50&amp;subd=suankikran&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://farm4.static.flickr.com/3576/3299519179_da4402aaeb.jpg" alt="" /><br />
เธอ&#8230;</p>
<p>รู้จักต้นพญายอไหม? </p>
<p>บางคนอาจเรียกเสลดพังพอนตัวเมีย บางคนบางถิ่นอาจเรียก ผักมันไก่ ผักลิ้นเขียด พญาปล้องดำ พญาปล้องทอง ฯลฯ </p>
<p>ตามบ้านเรือนทั้งในเมืองและชนบทมักปลูกกันไว้เป็นสมุนไพรประจำบ้าน นอกเหนือจาก รางจืด ไพล ฟ้าทะลายโจร ทองพันชั่ง ว่านสาระพัน ฯลฯ แล้ว พญายอคือสมุนไพรอีกชนิดที่มีติดสวน </p>
<p>บาดแผลที่เกิดการใช้ชีวิตประจำวันพวก แมลงมีพิษกัดต่อย แค่เอาใบสดมาตำพอกก็หายเร็ว </p>
<p>ด้วยบ้านสวนของฉัน มียาน้ำมันสารพัดประโยชน์อยู่ขนานหนึ่ง สูตรของแม่&#8230;ฉันเอามาประยุกต์โดยใส่ใบพญายอลงในส่วนผสมนี้ด้วย มีน้ำมันมะพร้าวเป็นหลัก รวมไปถึงส่วนผสมอื่นอีกมากมาย ยาของแม่ขนานนี้ เรามีติดบ้านไว้มากเกินความจำเป็นเฉพาะตนเองเสมอ เพราะมักมีคนอื่นๆ ทั่งเพื่อนบ้านและคนไกลแวะเวียนมาขอแบ่งใช้เสมอ เสมือนยาสามัญประจำบ้าน</p>
<p>ฉันปลูกพญายอไว้หลายต้นโดยการปักชำกิ่งแก่ลงดิน ด้วยว่าปลูกง่าย&#8230;ไม่นานก็แตกกอจนรกเรื้อ พิเศษตรงที่งอกริมโคนต้นสุพรรณนิการ์เลื้อยขึ้นเกี่ยวพันกิ่งต้นจนสูงลิ่ว ถูกทิ้งให้เลื้อยงอกงามยาวเฟื้อย กระทั่งมีบางอย่างเกิดขึ้น&#8230; </p>
<p><img src="http://farm4.static.flickr.com/3357/3300347648_5b3727c47b.jpg" alt="" /></p>
<p>วันนี้&#8230;ฉันพาดพะองไม้ไผ่ปีนต้นสุพรรณิการ์เพื่อถ่ายภาพ ยามสายแดดแรงแสงสวย กวาดสายตาสะดุดกับสีสดของดอกไม้ดอกน้อยบนเรียวก้าน </p>
<p>ฉันเพิ่งรู้วันนี้เองว่า&#8230;คนโบราณใช้สมมติฐานไหนมาบ่งชี้ว่าพืชชนิดนี้แก้พิษได้ นอกเหนือจากการเดาสุ่มซึ่งเสี่ยงด้วยชีวิตหากพืชนั้นมีพิษ </p>
<p>เมื่อได้เห็นดอกของพญายอหรือเสลดพังพอนตัวเมีย จึงแจ่มชัด&#8230;.ว่าบางที รูปแบบของดอกอาจเป็นแรงดลใจแรกในการค้นคว้าทดลอง</p>
<p>ในกลุ่มของกิ่งก้านขัดกันไปมาดอกสองดอกที่เคียงกันปากดอกอ้าเผยให้เห็นเกสรสองอันลักษณะเหมือนเขี้ยวงูซึ่งกำลังอ้าปาก โดยมีกลีบดอกสีแดงส้มห่อหุ้ม </p>
<p>&#8230;อืมห์&#8230;สวยแปลก เหมือนงูกำลังอ้าปาก </p>
<p>ฉันถ่ายภาพเจ้าดอกพญายอในมุมมองต่างๆ เท่าที่สามารถเล่นมุมบนที่สูงได้ จนกระทั่งแบตฯ กล้องหมด จากนั้นปีนพะองกลับมายืนขาสั่นอยู่เบื้องล่าง   </p>
<p>ตำราเขาว่าพญายอออกดอกเป็นช่อ อาจสามดอกถึงหกดอก หากพร้อมใจกันบานพร้อมกันฉันว่าคงเหมือนกับรูปลักษณ์ของพญานาคทีเดียวเชียว ผิดที่ขนาดของเธอเล็กสั้นเพียงสองสามเซ็นติเมตรแค่นั้น</p>
<p><img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Pya.jpg" alt="" /></p>
<p>สองสามวันมานี้หลังจากเสร็จงานนา ฉันบ่ายหน้าเข้าหาบ้านและสวน เริ่มพินิจต้นไม้ท่ามกลางอากาศแห้ง ดินแล้ง ลมร้อน ในสวนขี้คร้านที่แล้งและรกมีอะไรแอบซ่อนอยุ่อีก ทั้งที่ปลูกไว้ด้วยมือของฉันเอง ทั้งที่งอกด้วยธรรมชาติประจง </p>
<p>ไม่นานหรอก&#8230;อาจมีต้นไม้ต้นไหนที่ดอกสวย ใบงาม หรือมีความพิเศษไหนเก็บงำอยู่อีก หากมี&#8230;ฉันจะเก็บมาเล่าสู่เธออีก ดีไหม?</p>
<p>ด้วยรัก<br />
๑๙ กุมภ์ ๒๕๕๒<br />
สวนขี้คร้าน </p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/suankikran.wordpress.com/50/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/suankikran.wordpress.com/50/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/suankikran.wordpress.com/50/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/suankikran.wordpress.com/50/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/suankikran.wordpress.com/50/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/suankikran.wordpress.com/50/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/suankikran.wordpress.com/50/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/suankikran.wordpress.com/50/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/suankikran.wordpress.com/50/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/suankikran.wordpress.com/50/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/suankikran.wordpress.com/50/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/suankikran.wordpress.com/50/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/suankikran.wordpress.com/50/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/suankikran.wordpress.com/50/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suankikran.wordpress.com&amp;blog=2322893&amp;post=50&amp;subd=suankikran&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://suankikran.wordpress.com/2009/03/08/%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cc99adab323d080483bcfe09c3d6c628?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">sailomloy</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3576/3299519179_da4402aaeb.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3357/3300347648_5b3727c47b.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Pya.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>&#8230;.สุขในหนึ่งสายตา&#8230;.</title>
		<link>http://suankikran.wordpress.com/2009/02/24/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://suankikran.wordpress.com/2009/02/24/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Feb 2009 14:39:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sailomloy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://suankikran.wordpress.com/?p=48</guid>
		<description><![CDATA[เหมือนความหลังย้อนกลับ… ผมกำเคียวและลากอุปกรณ์ช่วยในการเก็บเกี่ยวข้าวสังข์หยดเมื่อปี ๒๕๕๐ ดุ่มๆ บ่ายหน้าสู่แปลงนาคนเดียว ขณะที่ข้าวบางส่วนเริ่มสุกเกินการ เกินระยะพลับพลึงที่พอดี เพียงเพราะอารมณ์เกรงใจคนในนารุ่นเก่าซึ่งอบรมสั่งสอนวิชาให้ เกรงใจจนเลยเวลา&#8230;หลุดพ้นจากความเกรงใจ ลุยเองคนเดียวเสียเลย มือขวากำด้ามเคียววงกว้างที่เพื่อนชาวนาพิจิตรให้มา ค่อยๆ สอดโค้งคมมือซ้ายรวบกำดึงคมเกี่ยวควับ เสียงกรวบกรวมเหมือนเสียงเคี้ยวเอื้องของวัวควาย เกี่ยวข้าวไม่ใช่เรื่องยาก….แต่ไม่ง่าย เพราะเมื่อสติหลุด อารมณ์แปร ตอนนั้นเองที่คมสากๆ แว้งมาที่นิ้วก้อย เผลอๆ อาจลุกลามมาที่นิ้วนาง….ยางออก เจ็บปวด เสียเวลา เสียการ เปล่าปลี้ ไม่ต้องถึงขนาดทำสมาธิ เพียงรู้สติว่า นี่ข้าฯ กำลังเกี่ยวข้าวหนอ เคียวคมหนอ ดึงหนอ รวบหนอ….สางหนอ… วางหนอ…เหนื่อยหนอ&#8230;.. เฮ้อ….หนอ ย่างกลางกุมภา ๒๕๕๒ ผมกำเคียวด้ามเดิม แต่ความคมลดลง เคียววงกว้าง ไม่สามารถเกาะบ่าได้เหมือนอย่างที่เคยเป็น คนในนาไม่ได้เพิ่มมากขึ้นในแง่ของจำนวน มีเพียงคู่หูอดีตนักเลงถอดคม แขวนปืนทิ้งลวดลายก้าวร้าวมากำเคียวและฟ่อนข้าว ทำนาด้วยกันกับผม เจอหน้ากันทุกวัน บางวันพูดคุยกันไม่เกินสิบคำ แต่ได้งานมากกว่าทำงานร่วมกับคนเกินห้าคน บางวันที่ผมติดธุระ พี่แกก็ลุยเดี่ยว บางวันสลับกลับ….. งานในนาช่วงเดือนยี่ต่อเดือนสาม ไม่มากไปกว่าการเกี่ยว ฟาด ออกแรงให้มาก ใช้สมองให้น้อย [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suankikran.wordpress.com&amp;blog=2322893&amp;post=48&amp;subd=suankikran&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog%202009/salone.jpg" alt="" /> </p>
<p><strong>เหมือนความหลังย้อนกลับ…</strong></p>
<p>ผมกำเคียวและลากอุปกรณ์ช่วยในการเก็บเกี่ยวข้าวสังข์หยดเมื่อปี ๒๕๕๐ ดุ่มๆ บ่ายหน้าสู่แปลงนาคนเดียว ขณะที่ข้าวบางส่วนเริ่มสุกเกินการ เกินระยะพลับพลึงที่พอดี เพียงเพราะอารมณ์เกรงใจคนในนารุ่นเก่าซึ่งอบรมสั่งสอนวิชาให้</p>
<p>เกรงใจจนเลยเวลา&#8230;หลุดพ้นจากความเกรงใจ ลุยเองคนเดียวเสียเลย</p>
<p>มือขวากำด้ามเคียววงกว้างที่เพื่อนชาวนาพิจิตรให้มา ค่อยๆ สอดโค้งคมมือซ้ายรวบกำดึงคมเกี่ยวควับ เสียงกรวบกรวมเหมือนเสียงเคี้ยวเอื้องของวัวควาย</p>
<p>เกี่ยวข้าวไม่ใช่เรื่องยาก….แต่ไม่ง่าย เพราะเมื่อสติหลุด อารมณ์แปร ตอนนั้นเองที่คมสากๆ แว้งมาที่นิ้วก้อย เผลอๆ อาจลุกลามมาที่นิ้วนาง….ยางออก เจ็บปวด เสียเวลา เสียการ เปล่าปลี้</p>
<p>ไม่ต้องถึงขนาดทำสมาธิ เพียงรู้สติว่า นี่ข้าฯ กำลังเกี่ยวข้าวหนอ เคียวคมหนอ ดึงหนอ รวบหนอ….สางหนอ… วางหนอ…เหนื่อยหนอ&#8230;..</p>
<p>เฮ้อ….หนอ  </p>
<p>ย่างกลางกุมภา ๒๕๕๒ ผมกำเคียวด้ามเดิม แต่ความคมลดลง เคียววงกว้าง ไม่สามารถเกาะบ่าได้เหมือนอย่างที่เคยเป็น คนในนาไม่ได้เพิ่มมากขึ้นในแง่ของจำนวน มีเพียงคู่หูอดีตนักเลงถอดคม แขวนปืนทิ้งลวดลายก้าวร้าวมากำเคียวและฟ่อนข้าว ทำนาด้วยกันกับผม</p>
<p>เจอหน้ากันทุกวัน บางวันพูดคุยกันไม่เกินสิบคำ แต่ได้งานมากกว่าทำงานร่วมกับคนเกินห้าคน บางวันที่ผมติดธุระ พี่แกก็ลุยเดี่ยว</p>
<p>บางวันสลับกลับ…..  </p>
<p>งานในนาช่วงเดือนยี่ต่อเดือนสาม ไม่มากไปกว่าการเกี่ยว ฟาด ออกแรงให้มาก ใช้สมองให้น้อย จุดสำเร็จของการงานก็คือมีข้าวกินเอง…ข้าวที่เกิดจากหยาดเหงื่อแรงงานแห่งตน มอบให้คนรัก ให้เพื่อน ให้ผู้หลักผู้ใหญ่ ทำบุญหรือแม้แต่เอาไว้เป็นเสบียงกรังแห่งตนแสนเกษมฯ</p>
<p>เพราะรู้ทุกหล่มตม ทุกลุ่มดอนที่ย่ำเท้านับแต่ตัดหญ้า,เดินตามรอยล้อของควายเหล็กรุ่นบุโรทั่งเพื่อไถคราด,ยกคันนา</p>
<p>เพราะรู้ที่มาแห่งข้าวทุกเมล็ดที่หว่านหลุดออกจากฟายมือตกพรูลงบนเปียกโคลนในแปลงกระทั่งงอกงามเป็นต้นข้าวเขียว เขียว เหมือนพรมนุ่มนิ่มพริ้ว พริ้ว ยามต้องลมอ่อน อ่อน</p>
<p>ต้นข้าวต้นน้อย ผ่านฤดูกาล ผ่านการกัดกินของหนู ผ่านแล้ง ผ่านน้ำท่วม มาจนกระทั่งโค้มรวงเปลี่ยนเป็นสีทอง</p>
<p>ใครไหนบ้างไม่ภาคภูมิ ? </p>
<p>แม้การงานจะหนักเหนื่อยแลดูไม่คุ้มค่ากับแรงกาย ทุนรอนที่ลงไป แต่ผลที่ได้กลับมากกว่าเมล็ดข้าวที่เพิ่มจำนวนจากกระสอบเดียวเป็นสามกระสอบ หรือเพิ่มมากเป็นทวีคูณ</p>
<p>บางคนอาจเรียกมันว่าบทเรียน บางคนเรียกภูมิคุ้มกัน บางคนเรียกประสบการณ์ ฯลฯ</p>
<p>น่าแปลกที่คนทำนาหลายคนไม่ได้คิดถึงความคุ้มค่าที่ว่าด้วยอารมณ์สนาน อาจด้วยปากท้องและความคาดหวังอันเกินความสามารถที่ผู้ให้จักสามารถบันดาลให้ได้ จึงบ่น จึงทุกข์</p>
<p>ครับ…ใน(จำนวน)นั้น มีผมอยู่ด้วย!!</p>
<p>แต่….ผมค่อนข้างโชคดีที่แม้มีสายตาที่ใช้การได้เพียงข้างเดียว หากเป็นข้างเดียวที่มองเห็นแง่งามในความเหน็ดหน่ายได้เสมอ เหมือนได้ยาดี เหมือนมีสรรพสิ่งที่คอยบำบัดความก่นทุกข์ได้ หากไม่ล้า,โรยอ่อน จนเกินทน</p>
<p>แปลงนาบางแปลงซึ่งผ่านทั้งมรสุม น้ำท่วม ฝนแล้ง รกหญ้า โรคลง แมลงรุม เมื่อย่างเช้าฤดูการเก็บเกี่ยวจึงมีภาพแปลกๆ ให้คนตาเดียวได้ตื่นตะลึง</p>
<p><img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog%202009/Beetles.jpg" alt="" /></p>
<p>ภาพของแมลงตระกูลเต่าทองขณะที่พร้อมใจกันบินพรูออกจากต้นใบและรวงข้าว เหลืองส้มแต้มตรงนั้น ตรงนี้ บ้างขยับปีก บ้างเตรียมบิน บ้างพรูไปแล้วเหนือใบข้าว</p>
<p>แม้แมลงพวกนี้จะสร้างความเสียหายให้กับเมล็ดและใบข้าว แต่ผมเห็นสวย เห็นสวยจึงเป็นสุข</p>
<p>ขณะเกี่ยวข้าว ก้มมองดูดิน ที่แต้มสีแทรกมวลหญ้าอยู่นั้น คือเจ้าดอกไม้เล็กๆ เล็กเกินกว่าที่คนในนาจะยอมเสียเวลาเพ่งพินิจ ยิ่งต้องขุดกล้องออกมาจากกระเป๋ามาจัดแจงนอนราบกับพื้นด้วยแล้ว – เสียเวลาทำมาหากิน,ว่างั้น</p>
<p> <img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog%202009/purplefing.jpg" alt="" /></p>
<p>แค่ดอกหญ้าจะไปอะไรนักหนา</p>
<p>เพราะเป็นดอกหญ้าซึ่งมีเวลาบานให้ชื่นรื่นได้เพียงเช้า บ่ายก็หรุบกลีบหลบเร้นเสียสิ้น ใครไหนมองหาไม่เห็นหน แม้จะพลีเวลาเพื่อปากท้องโดยส่วนใหญ่ของวัน แต่เวลาเพื่อเติมจิตวิญญาณให้แย้มยิ้มมีให้บ้างไหม?</p>
<p>ถามตัวเองพอให้สติกลับมาจดจ่อกับสิ่งเล็กๆ ตรงหน้า</p>
<p>สิ่งเล็กๆ ที่มีชีวิต และงดงามเกินกว่าภาพถ่ายบันทึก เกินถ้อยคำจักแจกแจง ใครเล่าสามารถเบือนหน้าหนี?</p>
<p><img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog%202009/purpleFl3.jpg" alt="" /></p>
<p>ดังนั้น….ทุกขจริตเรื่องได้ผลผลิตข้าวน้อยจึงเล็กกระจิริด</p>
<p>ทุกวันที่ทำงานหนักอยู่กับสำเนียงของคมเคียว นกทุ่ง วัวหิวน้ำ แม้แต่เสียงลมกระทบใบข้าวเสียดสีแสกสาก ยังสามารถปลีกหัวใจให้รื่นได้</p>
<p><strong>ใครไหนบ้างไม่ริษยา</p>
<p>…..หืมม์?</strong></p>
<p>๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐ </p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/suankikran.wordpress.com/48/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/suankikran.wordpress.com/48/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/suankikran.wordpress.com/48/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/suankikran.wordpress.com/48/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/suankikran.wordpress.com/48/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/suankikran.wordpress.com/48/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/suankikran.wordpress.com/48/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/suankikran.wordpress.com/48/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/suankikran.wordpress.com/48/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/suankikran.wordpress.com/48/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/suankikran.wordpress.com/48/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/suankikran.wordpress.com/48/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/suankikran.wordpress.com/48/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/suankikran.wordpress.com/48/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suankikran.wordpress.com&amp;blog=2322893&amp;post=48&amp;subd=suankikran&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://suankikran.wordpress.com/2009/02/24/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cc99adab323d080483bcfe09c3d6c628?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">sailomloy</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog%202009/salone.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog%202009/Beetles.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog%202009/purplefing.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog%202009/purpleFl3.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>&#8230;..พึ่งผึ้ง&#8230;&#8230;</title>
		<link>http://suankikran.wordpress.com/2009/02/24/%e0%b8%9e%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://suankikran.wordpress.com/2009/02/24/%e0%b8%9e%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Feb 2009 14:33:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sailomloy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://suankikran.wordpress.com/?p=46</guid>
		<description><![CDATA[เธอ.. หลายเดือนก่อนหน้านี้ ฉันเคยดูสารคดีโทรทัศน์อีกเรื่องหนึ่ง BBC เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตกวี ครู นักเดินทาง นักเขียน นักสิ่งแวดล้อม อดีตนักบวชศาสนาเชนชาวอินเดียที่ชื่อสาทิส กุมาร(Satish Kumar) BBC Natural World documentary, Earth Pilgrim. ได้เห็นภาพสวยๆ กับถ้อยคำงามซึ่งผ่านการแปลอย่างสละสลวย เกี่ยวกับธรรมชาติและความอยู่รอดของมนุษยชาติ ในถ้อยคำเหล่านั้นมีเรื่องผึ้งกับการพึ่งพากันระหว่างคนกับแมลงตัวน้อยๆ ชนิดนี้ เกิดได้แรงบันดาลใจเล็กๆ น้อยๆ ขึ้นมาขีดเขียนเล่าเรื่องแมลงตัวจ้อยกับมนุษย์ตัวน้อยๆ อย่างฉัน,ในสวน มนุษย์เราพึ่งพาธรรมชาติทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมมาแต่ครั้งบรรพกาล น่าทึ่งที่ผลผลิตและแรงงานจากผึ้งทำให้มนุษย์เราได้พึ่งพา ใช้งาน รับผลิตมาปรุงแต่ง มาบริโภคโดยตรงแทบทุกส่วนของผึ้ง เริ่มต้นจากดอกไม้ เกสร &#8211; ผลผลิต จากรวงรัง – น้ำผึ้ง,รวง,ยา ตัวอ่อน &#8211; อาหาร ยา ฯลฯ ชนบทหมู่บ้านในยุคเก่า สรรพชีวิตหลากหลายทั้งต้นไม้ ส่ำสัตว์ ภูผา เถื่อนถ้ำ ให้พึ่งพาโยงใยเป็นหนึ่งเดียว ต้นไม้อาจเป็นปัจจัยแรกของการมีอยู่ของผึ้งทั้งเพื่อเป็นแหล่งอาหารและแหล่งพักพิงอาศัย แหล่งน้ำบริสุทธิ์ อากาศไร้สาร กระทั่งห่วงโซ่อาหารอื่นๆ ซึ่งเป็นปัจจัยร่วมจะโดยการควบคุมหรือปกป้องก็แล้วแต่ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suankikran.wordpress.com&amp;blog=2322893&amp;post=46&amp;subd=suankikran&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog%202009/belife.jpg" alt="" /><br />
เธอ..</p>
<p>หลายเดือนก่อนหน้านี้ ฉันเคยดูสารคดีโทรทัศน์อีกเรื่องหนึ่ง BBC เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตกวี ครู นักเดินทาง นักเขียน นักสิ่งแวดล้อม อดีตนักบวชศาสนาเชนชาวอินเดียที่ชื่อสาทิส กุมาร(Satish Kumar) BBC Natural World documentary, Earth Pilgrim.</p>
<p>ได้เห็นภาพสวยๆ กับถ้อยคำงามซึ่งผ่านการแปลอย่างสละสลวย เกี่ยวกับธรรมชาติและความอยู่รอดของมนุษยชาติ ในถ้อยคำเหล่านั้นมีเรื่องผึ้งกับการพึ่งพากันระหว่างคนกับแมลงตัวน้อยๆ ชนิดนี้ เกิดได้แรงบันดาลใจเล็กๆ น้อยๆ ขึ้นมาขีดเขียนเล่าเรื่องแมลงตัวจ้อยกับมนุษย์ตัวน้อยๆ อย่างฉัน,ในสวน </p>
<p>มนุษย์เราพึ่งพาธรรมชาติทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมมาแต่ครั้งบรรพกาล น่าทึ่งที่ผลผลิตและแรงงานจากผึ้งทำให้มนุษย์เราได้พึ่งพา ใช้งาน รับผลิตมาปรุงแต่ง มาบริโภคโดยตรงแทบทุกส่วนของผึ้ง</p>
<p>เริ่มต้นจากดอกไม้ เกสร  &#8211; ผลผลิต</p>
<p>จากรวงรัง – น้ำผึ้ง,รวง,ยา </p>
<p>ตัวอ่อน &#8211; อาหาร ยา ฯลฯ</p>
<p><img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/beroung.jpg" alt="" /></p>
<p>ชนบทหมู่บ้านในยุคเก่า สรรพชีวิตหลากหลายทั้งต้นไม้ ส่ำสัตว์ ภูผา เถื่อนถ้ำ ให้พึ่งพาโยงใยเป็นหนึ่งเดียว ต้นไม้อาจเป็นปัจจัยแรกของการมีอยู่ของผึ้งทั้งเพื่อเป็นแหล่งอาหารและแหล่งพักพิงอาศัย แหล่งน้ำบริสุทธิ์ อากาศไร้สาร กระทั่งห่วงโซ่อาหารอื่นๆ ซึ่งเป็นปัจจัยร่วมจะโดยการควบคุมหรือปกป้องก็แล้วแต่ </p>
<p>ในยุคนั้นน้ำผึ้งป่าแท้หาได้ง่าย ในสวน บนภูเขาท้ายหมู่บ้าน ฯลฯ ผึ้งหลวงบนกิ่งต้นยวนมากกว่าสิบรัง ตีผึ้งทีเดียวได้กินได้ใช้กันทั้งหมู่บ้าน &#8211; หลายปี สารพัดประโยชน์ น้ำผึ้ง รวง ขี้ผึ้ง ตัวอ่อน รวมถึงส่วนที่ภาษาบ้านผมเรียก ขี้สา อันมีส่วนผสมของของเสียจากผึ้งผสมกับรังผึ้ง มีคุณสมบัติทางยาอันแสนวิเศษ</p>
<p>หากไม่มีผึ้งหลวง ในโพรงไม้ โรงดิน หลืบถ้ำเล็กๆ ยังมีผึ้งโพรง บนกิ่งไม้ยังมีผึ้งหน้าวัว ผึ้งมิ้ม ผึ้งแมลงหวี่ ผึ้งแมลงวัน และอีกสาระพัดพันธุ์ผึ้ง</p>
<p><img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog%202009/belife2.jpg" alt="" /></p>
<p>รอยต่อของยุคสมัยที่วิชาเกษตรสมัยใหม่ เทคโนโลยีหลายอย่างที่ไทยเรารับมาจากเมืองไกล ไม่ว่าจะปุ๋ยเคมีหรืสารเคมีกำจัดวัชพืช ศัตรูพืช ขณะเดียวกันกับที่องค์ความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับการทำฟาร์มไหลบ่าเข้าประเทศ</p>
<p>หลังจากที่วิทยาลัยเกษตรกรรมได้ผลิตนักศึกษาออกมารับใช้สังคมในยุคนั้น เทคโนโลยีการเลี้ยงผึ้งโดยการเก็บผึ้งโพรงในธรรมชาติมาเลี้ยง แล้วใส่คอนให้ผึ้งรังในแต่ละคอนเพื่อสะดวกกับการจัดเก็บน้ำผึ้ง แต่ข้อเสียของการเลี้ยงผึ้งโพรงในธรรมชาติอาจจะเกี่ยวข้องกับนิสัยดุร้ายของผึ้งโพรง จึงมีการพัฒนาสายพันธุ์ผึ้งเลี้ยงซึ่งไม่ได้มาจากธรรมชาติ เลี้ยงกันจนแพร่หลายในยุคปัจจุบัน เป็นการเลี้ยงในระบบฟาร์ม มีการจัดการที่ดี ทั้งเครื่องไม้เครื่องมือและบรรจุภัณฑ์ </p>
<p>ผลพลอยได้คือเมื่อมีการเลี้ยงผึ้งในระบบนี้คือการผสมผสานไปกับการปลูกพืช ผักหรือไม้ผลที่ต้องอาศัยแมลงผสมเกสร – นี่อาจเป็นแนวทางของการบูรณาการที่ต่อยอดซึ่งกันและกันได้</p>
<p><img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog%202009/Belife3.jpg" alt="" /></p>
<p>เธอ..</p>
<p>เธอคงรู้ว่า..คนในสวนขี้คร้านไม่ได้คิดไกลขนาดนั้น </p>
<p>แค่คิดว่าจะหาผึ้งโพรงจากธรรมชาติก็นับว่ายากมากแล้ว ต้นไม้ใหญ่ไม่มีให้ผึ้งทำรัง ไม้ผุไม่เหลือติดสวน สารเคมีคละคลุ้งเกินที่ผึ้งจะทนทาน เถื่อนถ้ำถูกระเบิดมาใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างบ้านเรือนตึกราม โพรงดินถูกถมกลบจนเต็มแน่นเป็นแผ่นดินกระด้างไม่มีที่ว่างให้สัตว์พึ่งพิง </p>
<p>ทั้งนี้&#8230;กิจกรรมทั้งหลายเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้คน,ใช่&#8230;ในแง่ของจำนวน</p>
<p>ย้อนกลับไปในยุคที่ฉันยังเป็นละอ่อน แค่ลังกระดาษลูกฟูกแข็งเสริมฝาลังด้วยไม้อัดเจาะรู คลุมกันฝนกันน้ำค้างด้วยถุงพลาสติกขนาดใหญ่ แขวนไว้ตามคาคบไม้ต่ำพอเอื้อมมือถึง สามวันห้าวัน หรือบางลัง 1 เดือน มาดูอีกทีพบว่ามีผึ้งมาอยู่อาศัยได้ปลื้ม</p>
<p><img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog%202009/belife1.jpg" alt="" /><br />
อะไรมันจะง่ายดายขนาดนั้น</p>
<p>ปล่อยทิ้งไว้ให้เขาหากินตามประสาประมาณ 1 เดือน จากนั้นรมควันเก็บน้ำผึ้งในบางรวง เหลือติดลังสามรวงเพื่อไม่ให้ผึ้งหนีไปอยู่ที่อื่น ค่อยๆ เก็บสะสมสะสมไป ไม่นานได้น้ำผึ้งหลายขวดเก็บไว้ประจำบ้าน จะทำยาหรือขายแลกเปลี่ยนเป็น อย่างอื่นง่ายดาย เพราะน้ำผึ้งคือสิ่งมีค่าอย่างหนึ่งซึ่งทุกบ้านแสวงหา </p>
<p>เธอ&#8230;</p>
<p>หลายวันก่อน ฉันทำลังผึ้งจากเศษไม้เก่าทำแบบง่ายๆ อาศัยฝีมือทางเชิงช่างที่หยาบที่สุด </p>
<p>เลื่อย ตอกยึด ติดตั้ง เจาะรู หาขี้ผึ้งเก่าๆ มาทาด้านในของลัง พอหอมๆ จากนั้นทำที่วางลังใต้ร่มไม้ในสวน หากจะให้ดีควรป้องกันการเข้ามารบกวนของมดแดง ธรรมชาติของผึ้งโพรงแพ้มดแดงอย่างรุนแรง แค่มดเพียงไม่กี่ตัวก็ทำให้ผึ้งทั้งรังย้ายหนีได้    </p>
<p>&#8230;&#8230;..วางลังเปล่าทิ้งไว้ใต้ร่มไม้ไม่ถึงสามวันผึ้งโพรงก็เข้ามาอาศัย ง่ายดาย ไม่สิ้นเปลือง </p>
<p>จะว่าไป..นี่อาจไม่ใช่การเลี้ยงในรูปแบบของเกษตรสมัยใหม่ แต่เป็นการหยวนๆ กันระหว่างมนุษย์กับผึ้ง ฉันทำรังอบอุ่นปลอดภัยให้(เท่าที่มีความสามารถ) ผึ้งมาอาศัย ฉันขอแบ่งน้ำผึ้งไว้บ้าง ผึ้งได้อาหารจากต้นไม้ที่ฉันปลูก ผสมเกสรให้ติดผล ได้น้ำหวานจากดอกไปเลี้ยงนางงพญา และครอบครัวตัวอ่อน ฯลฯ   </p>
<p>สิ่งง่ายๆ เล็ก ๆ ที่ทำได้ทุกบ้านของครอบครัวชนบทที่อาศัยเรือกสวนไร่นาเป็นเรือนตาย การพึ่งพาอาศัยอย่างรู้จักพอ อาจเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้โลกนี้อยู่ไปได้อย่างยาวนาน </p>
<p><strong>เท่าที่มีความสามารถ,ทำ </strong></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/suankikran.wordpress.com/46/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/suankikran.wordpress.com/46/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/suankikran.wordpress.com/46/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/suankikran.wordpress.com/46/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/suankikran.wordpress.com/46/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/suankikran.wordpress.com/46/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/suankikran.wordpress.com/46/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/suankikran.wordpress.com/46/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/suankikran.wordpress.com/46/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/suankikran.wordpress.com/46/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/suankikran.wordpress.com/46/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/suankikran.wordpress.com/46/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/suankikran.wordpress.com/46/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/suankikran.wordpress.com/46/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suankikran.wordpress.com&amp;blog=2322893&amp;post=46&amp;subd=suankikran&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://suankikran.wordpress.com/2009/02/24/%e0%b8%9e%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cc99adab323d080483bcfe09c3d6c628?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">sailomloy</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog%202009/belife.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/beroung.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog%202009/belife2.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog%202009/Belife3.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog%202009/belife1.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>&#8230;&#8230;&#8230;.. จึงตาวันแหว่งวิ่นในบางวัน&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</title>
		<link>http://suankikran.wordpress.com/2009/01/28/%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://suankikran.wordpress.com/2009/01/28/%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Jan 2009 14:41:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sailomloy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://suankikran.wordpress.com/?p=42</guid>
		<description><![CDATA[๑. วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ฉันคิดถึงอดีต (24 ต.ค.  2538 09.20 -12.39) เส้นทางป่าเหนือน้ำตกคลองลานขึ้นไปจนจรดเส้นทางสายคลองลาน – อุ้มผาง) เราหลายคน ทั้งพวกเรากันเองและเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองลาน เดินป่าในเส้นทางโบราณที่เต็มไปด้วยหลุมลึกในพื้นดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้างราวสองศอกยาวเกือบสามเมตร ลึกจนมืดสนิท เดินไปสยองไปสามวันสองคืนจนทะลุเส้นทางหมายเลข 1117  ถนนลาดยางสายเล็กๆ ที่ตัดผ่านโค้งแล้วโค้งเล่าบนไหล่ภู    นิตยสารบางเล่มเคยเขียนถึงเส้นทางนี้ว่า เป็นเส้นทางเดินทัพเก่าจากกำแพงเพชรไปยังประเทศพม่า หลุมเรียงรายที่เห็นระหว่างเส้นทางเกิดจากการขุดหาของเก่าของชนเผ่า เพื่อนำออกมาขายนักท่องเที่ยวและนักสะสม คงไม่ต้องบอกว่าหลุมเหล่านั้นเคยใช้ประโยชน์อะไรมาก่อน   เราปักหลักค้างแรมที่หน่วยย่อยพิทักษ์อุทยานฯ 1 คืน ก่อนที่จะเตรียมตัวรับตะวันดับยามสายของอีกวัน   นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีโอกาสได้เห็น สุริยุปราคาเต็มดวงจนเกิดปรากฏการณ์วงแหวน ทั้งยังได้ถ่ายภาพด้วยตัวเอง โดยการใช้กล้องแมนน่วลโฟกัส กลไกล้วน บวกกับเลนส์เทเลคอนเวอร์เตอร์ต่อกับท่อเพิ่มทางยาวโฟกัสขนาด 2x     หลังอาหารมื้อเช้า เรานั่งริมถนน เซ็ทกล้องแหงนเลนส์ไปยังองศาที่จะเกิดปรากฏการณ์บนท้องฟ้า รอเวลา&#8230;   เก้าโมงเช้ายี่สิบนาทีโดยประมาณ สัมผัสแรกจากด้านบนของดวงอาทิตย์เมื่อมองผ่านเลนส์ขณะที่เงาของดวงจันทร์เริ่มปรากฏที่โค้งแรกของดวงอาทิตย์ ผ่านฟิลเตอร์กรองแสงสองชั้น ดูเหมือนพระจันทร์ในคืนจันทรุปราคา เพียงแต่ไม่มีหุบมืดของพื้นผิวให้เห็นแค่นั้นเอง   ยี่สิบกว่านาทีก่อนสิบเอ็ดโมง&#8230;.ก่อนที่ดวงจันทร์บดบังดวงอาทิตย์จนหมดดวง เกิดเป็นวงแหวนเพชรขนาดมหึมาฉายโชน ปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่มีผู้คนนับแสนนับล้านเฝ้ามองจากแต่ละจุดบนโลก ขณะที่เราเพียงไม่กี่คนบนเส้นทางเถื่อนท่ามกลางป่าเขาอากาศพิสุทธิ์   [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suankikran.wordpress.com&amp;blog=2322893&amp;post=42&amp;subd=suankikran&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog%202009/Lastcontact.jpg" alt=" " /></p>
<p class="1" style="background:white;margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;" lang="TH">๑. วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ฉันคิดถึงอดีต (24 ต.ค.<span>  </span>2538 09.20 -12.39) เส้นทางป่าเหนือน้ำตกคลองลานขึ้นไปจนจรดเส้นทางสาย</span><span style="font-size:10pt;" lang="TH">คลองลาน </span><span style="font-size:10pt;">–<span lang="TH"> อุ้มผาง)</span></span><strong><span style="font-size:9pt;" lang="TH"> </span></strong><span style="font-size:10pt;" lang="TH">เราหลายคน ทั้งพวกเรากันเองและเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองลาน เดินป่าในเส้นทางโบราณที่เต็มไปด้วยหลุมลึกในพื้นดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้างราวสองศอกยาวเกือบสามเมตร ลึกจนมืดสนิท เดินไปสยองไปสามวันสองคืนจนทะลุเส้นทาง</span><span style="font-size:10pt;" lang="TH">หมายเลข 1117<span>  </span>ถนน</span><span style="font-size:10pt;" lang="TH">ลาดยางสายเล็กๆ ที่ตัดผ่านโค้งแล้วโค้งเล่าบนไหล่ภู<span>  </span></span></span></p>
<p class="1" style="background:white;margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Verdana;"> </span></p>
<p class="1" style="background:white;margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;" lang="TH">นิตยสารบางเล่มเคยเขียนถึงเส้นทางนี้ว่า เป็นเส้นทางเดินทัพเก่าจากกำแพงเพชรไปยังประเทศพม่า หลุมเรียงรายที่เห็นระหว่างเส้นทางเกิดจากการขุดหาของเก่าของชนเผ่า เพื่อนำออกมาขายนักท่องเที่ยวและนักสะสม คงไม่ต้องบอกว่าหลุมเหล่านั้นเคยใช้ประโยชน์อะไรมาก่อน</span></span></p>
<p class="1" style="background:white;margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Verdana;"> </span></p>
<p><img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog%202009/First.jpg" alt="null" /></p>
<p class="1" style="background:white;margin:0;"><span style="font-size:10pt;" lang="TH"><span style="font-family:Tahoma;">เราปักหลักค้างแรมที่หน่วยย่อยพิทักษ์อุทยานฯ 1 คืน ก่อนที่จะเตรียมตัวรับตะวันดับยามสายของอีกวัน</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Verdana;"><br />
<span> </span></span></p>
<p class="1" style="background:white;margin:0;"><span style="font-size:10pt;" lang="TH"><span style="font-family:Tahoma;">นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีโอกาสได้เห็น สุริยุปราคาเต็มดวงจนเกิดปรากฏการณ์วงแหวน ทั้งยังได้ถ่ายภาพด้วยตัวเอง โดยการใช้กล้องแมนน่วลโฟกัส กลไกล้วน บวกกับเลนส์เทเลคอนเวอร์เตอร์ต่อกับท่อเพิ่มทางยาวโฟกัสขนาด 2</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Verdana;">x </span><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;" lang="TH"><span> </span></span></span></p>
<p class="1" style="background:white;margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Verdana;"> </span></p>
<p class="1" style="background:white;margin:0;">
<img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog%202009/sunmoon.jpg" alt="" /><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;" lang="TH">หลังอาหารมื้อเช้า เรานั่งริมถนน เซ็ทกล้องแหงนเลนส์ไปยังองศาที่จะเกิดปรากฏการณ์บนท้องฟ้า รอเวลา&#8230;</span></span></p>
<p class="1" style="background:white;margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Verdana;"> </span></p>
<p class="1" style="background:white;margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;" lang="TH">เก้าโมงเช้ายี่สิบนาทีโดยประมาณ สัมผัสแรกจากด้านบนของดวงอาทิตย์เมื่อมองผ่านเลนส์ขณะที่เงาของดวงจันทร์เริ่มปรากฏที่โค้งแรกของดวงอาทิตย์ ผ่านฟิลเตอร์กรองแสงสองชั้น ดูเหมือนพระจันทร์ในคืนจันทรุปราคา เพียงแต่ไม่มีหุบมืดของพื้นผิวให้เห็นแค่นั้นเอง</p>
<p><img src="http://umbra.nascom.nasa.gov/eclipse/images/eclipse19951024_08.jpg" alt="null" /><br />
</span></span></p>
<p class="1" style="background:white;margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Verdana;"> </span></p>
<p class="1" style="background:white;margin:0;"><span style="font-size:10pt;" lang="TH"><span style="font-family:Tahoma;">ยี่สิบกว่านาทีก่อนสิบเอ็ดโมง&#8230;.</span></span><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;" lang="TH">ก่อนที่ดวงจันทร์บดบังดวงอาทิตย์จนหมดดวง เกิดเป็นวงแหวนเพชรขนาดมหึมาฉายโชน ปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่มีผู้คนนับแสนนับล้านเฝ้ามองจากแต่ละจุดบนโลก ขณะที่เราเพียงไม่กี่คนบนเส้นทางเถื่อนท่ามกลางป่าเขาอากาศพิสุทธิ์<br />
<img src="http://umbra.nascom.nasa.gov/eclipse/images/eclipse19951024_14.jpg" alt="null" /><br />
</span></span></p>
<p> </p>
<p class="1" style="background:white;margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;" lang="TH">ไม่ถึงสองนาทีหลังจากนั้น..เต็มดวง..บังมิดสนิท อาทิตย์กลายเป็นสีดำ หัวแหวนเพชรหายไปกลายเป็นสนามแม่เหล็กสีขาวฟุ้ง ปรากฏอยู่โดยรอบ</span></span></p>
<p class="1" style="background:white;margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Verdana;"> </span></p>
<p class="1" style="background:white;margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;" lang="TH">ทันใดนั้นเอง&#8230;&#8230;..เหมือนเสียงของความเงียบปกคลุมเหนือหุบผาแห่งนั้น บนไหล่ภูที่สายลมยามสายโชย รอบตัวมืดแบบแปลกๆ จะว่ามืดก็ไม่เชิง<span>  </span>คล้ายแสงในคืนที่พระจันทร์เต็มดวง </span></span></p>
<p class="1" style="background:white;margin:0;"><span style="font-size:10pt;" lang="TH"><span style="font-family:Tahoma;"> </span></span></p>
<p class="1" style="background:white;margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;" lang="TH"><br />
<img src="http://umbra.nascom.nasa.gov/eclipse/images/eclipse19951024_21.jpg" alt="" /><br />
บอกไม่ถูก บรรยายยาก ทันทีที่อาทิตย์ดับ เราเงียบ&#8230;ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตนเอง จากนั้นเสียงชัตเตอร์รัว มีบางคนเพิ่งผ่านทางมาแวะชม ยิงปืนขึ้นฟ้า บางคนตบกระเป๋าเงินตัวเองแล้วขอพร อาการแต่ละคนแตกต่าง ผมกดชัตเตอร์ไปหลายภาพก่อนที่จะเรียกเพื่อนร่วมทางให้เข้ามาดูผ่านวิวไฟเดอร์ </span></span></p>
<p class="1" style="background:white;margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Verdana;"> </span></p>
<p class="1" style="background:white;margin:0;"><span style="font-family:Tahoma;"><span style="font-size:10pt;" lang="TH">เราสามารถมองอาทิตย์ด้บด้วยสายตาเปล่าได้ในยามที่อาทิตย์ดับสนิท แต่ทันทีที่เกิดปรากฏการณ์วงแหวนเพชรช่วงนี้เราต้องมองผ่านแผ่นฟิล์มทึบแสง น่าแปลกที่ทุกอย่างดูเหมือนเป็นไปโดยอัตโนมัติโดยไม่มีใครจ้องมองจนสายตาพร่ามัวหรือตกหล่นขั้นตอนใดๆ ทั้งที่เป็นครั้งแรกของทุกคน </span></span></p>
<p class="1" style="background:white;margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Verdana;"> </span></p>
<p class="1" style="background:white;margin:0;"><span style="font-size:10pt;" lang="TH"><span style="font-family:Tahoma;">เที่ยงวันกว่าๆ ฉันถ่ายภาพตามขั้นตอนสำคัญจนสไลด์หมดม้วน จนบัดนี้ยังหาสไลด์ชุดนั้นไม่พบ จึงขอนำภาพจากการบันทึกของ</span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Verdana;" lang="TH"> </span><span style="font-size:10pt;"><span style="font-family:Tahoma;">Fred Espenak of NASA Goddard Space Flight Center <span lang="TH">จาก </span></span><a href="http://umbra.nascom.nasa.gov/eclipse/images/eclipse_images.html"><span style="color:windowtext;"><span style="font-family:Tahoma;">http://umbra.nascom.nasa.gov/eclipse/images/eclipse_images.html</span></span></a><span style="font-family:Tahoma;"> <span lang="TH">มาประกอบเรื่องแทน จนกว่าฉันจะหาสไลด์ชุดนั้นเจอ</span></span></span></p>
<p class="1" style="background:white;margin:0;"><span style="font-size:10pt;"><span style="font-family:Tahoma;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;" lang="TH">๒. งานเก็บเกี่ยวในทุ่งนายังคงซ้ำซากมาตั้งแต่ต้นปี ๒๕๕๒ หลังปีใหม่เพียงสองวัน กระทั่งถึงวันนี้(๒๖ มกราคม ๒๕๕๒) แม้กระทั่งวันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยวของเทศกาลตรุษจีน เราไม่เกินสามคนยังขลุกอยู่กับคมเคียว ฟ่อนข้าว และลำพวนที่แสนคายคัน</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;" lang="TH">ข้าวในทุ่งปีนี้แม้จะมีคนทำหลายกลุ่ม หลายคน ทั้งมือใหม่และมือเก่า รวมไปถึงมือเก่ามาเล่ากันใหม่ช่วยกันรื้อฟื้นไถทำที่นารกร้างโดยการขอเช่า(แบ่งข้าวแทนค่าเช่า)จากเจ้าของนา แต่อุปสรรคของนาข้าวในยุคที่พื้นที่ทำนาเหลือเพียงกระจุกเดียวรวมๆ แล้วไม่ถึงยี่สิบไร่จากพื้นที่นาดั้งเดิมกว่าพันไร่นั้นยากกว่าในยุคโน้นมากมาย หลังจากฝนแรกในเดือนหก จากนั้นก็ทิ้งช่วงเรื่อยมาเกือบสามเดือน เราเริ่มไถทำกันล่าช้ากว่าปกติ ทั้งพันธุ์ข้าวและช่วงเวลาอันไม่เหมาะสมจึงผิดพลาดต่อเนื่องกันมา เจอทั้งฝนหนักน้ำท่วมขณะที่เราเพิ่งหว่านเมล็ดพันธุ์ลงในตมเลน</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;" lang="TH">ไม่ทันข้าวจะแตกกอนาของเราเจอมรสุมหนัก น้ำท่วมจนติดโรคราสนิมกันแทบทุกแปลง จากนั้นฝนเริ่มทิ้งช่วงอีกครั้ง กระทั่งถึงวันที่ข้าวตั้งท้อง และสุกงอมเปลี่ยนเป็นสีทองเกือบทั้งทุ่ง </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;" lang="TH">ผลผลิตไม่ดี ข้าวพันธุ์แนะนำจากกรมการข้าวจึงต้นเตี้ยเพียงครึ่งของต้นที่สมบูรณ์ที่สุด บางต้นสูงเพียงคืบเดียวยังอุตส่าห์ออกรวงให้คนในนามองด้วยสายตาสงสาร</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;" lang="TH">โถ&#8230;ยังอุตส่าห์ออกรวง</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;" lang="TH">ช่วงไหนน้ำในนาเริ่มแห้ง ช่วงนั้นหนูเริ่มระบาดหนัก กัดกินต้นอ่อนเป็นลาน เป็นหย่อม ที่สุกก็สุกไป ที่แตกกอออกใหม่จึงยังเขียว บางกอเพิ่งตั้งท้อง วุ่นวายคนเก็บเกี่ยว เพราะความไม่สม่ำเสมอของรวงข้าว</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;" lang="TH">จากการก้มเกี่ยวจึงกลายเป็นคนนั่งเกี่ยวข้าวแทน สบายไป&#8230;ไม่ต้องปวดหลัง(แต่มาปวดเข่าแทน)</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;" lang="TH">เมื่อฟ่อนข้าวสั้น การมัดฟ่อนเพื่อการฟาดนวดจึงยาก ทุกกระบวนการจึงเต็มไปด้วยอุปสรรค</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;" lang="TH">แม้จะเป็นกระบวนการแทบจะสุดท้ายของการปลูกข้าวเพื่อกินเอง ก็ไม่วายจนบ่น&#8230;เบื่อ</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">!!!</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;" lang="TH">กลับจากนาทุกวันตอนเย็น จึงเอนหลังพักผ่อน แทบไม่อยากทำอะไรอีก นั่นสำหรับคนที่พร้อมทั้งคนในบ้านและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;" lang="TH">แต่สำหรับฉัน,ยังมีงานบ้านซึ่งต้องทำเองอีกร้อยแปดอย่าง แทบไม่มีเวลาหยุดพัก เลยหลงลืมเวลาสำคัญอีกวันหนึ่งซึ่งกำลังจะผ่านเลยไปหากไม่มีโทรศัพท์จากน้องชายซึ่งกำลังเดินทางมาบอกว่า </span><strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">“<span lang="TH">วันนี้มีสุริยุปราคาใช่ไหม?</span>”</span></strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;" lang="TH"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;" lang="TH">ใช่..ฉันลืมไปแล้ว เหลือบตาดูเวลา ยังทัน เพิ่งสี่โมงเย็นนิดๆ แสงข้างนอกยังแรง รีบค้นกล่องเก็บอุปกรณ์ถ่ายภาพหาฟิลเตอร์</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> ND <span lang="TH">คู่เก่าที่เคยใช้เมื่อปี 2538 เตรียมกล้องดิจิตอลซึ่งอยู่ในสภาพพังแหล่มิพังแหล่ติดตั้งเข้ากับขาตั้งกล้องวางกางที่นอกชาน </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;" lang="TH">หยิบฟิล์มเอ็กเรย์เก่าออกมาส่องดู</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;" lang="TH">ภาพตรงหน้าเหมือนความหลังวิ่งเข้าชน&#8230;.</span></p>
<p>ฉันตื่นเต้นอีกแล้ว แม้จะเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติซึ่งนานๆจะเกิดซักครั้ง แต่เมื่อมาเกิดในยุคที่ตัวเองได้เคยสัมผัสมาก่อนจึงแอบดีใจเล็กๆ ว่าแม้เวลาล่วงเลยผ่านพ้น แต่การกลับมาใช้ชีวิตที่เรียบง่ายไม่โลดโผนโจนทะยาน ท่องภู เที่ยวถ้ำ ปีนหน้าผา ดำน้ำลึก เหมือนอย่างที่เคยเป็นมาในอดีตแล้ว ชีวิตแบบนี้อาจหาโอกาสมองดวงอาทิตย์ดับได้ยากยิ่ง</p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;" lang="TH">แม้จะดับเพียงครึ่ง แต่เป็นครึ่งหนึ่งที่เพียงก้าวเท้าออกนอกประตูบ้านแห่งวัยเยาว์ ภาพในคลองจักษุก็เปลี่ยนแล้ว</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;" lang="TH">ในหมู่บ้านเริ่มมีเสียงพลุ เสียงปืน เสียงประทัดตอกย้ำความเชื่อเก่าๆ เรื่องเป็นสูรย์ เป็นจันทร์ ว่าจะต้องปลุกต้นหมากรากไม้มาช่วยโดยการส่งเสียงดัง เสียงเคาะ ฯลฯ </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;" lang="TH"><span> </span><br />
ฉันเดินท่อมๆ อยู่กลางถนนลูกรังซึ่งตัดผ่านสวนขี้คร้านออกไปยังถนนอีกสายเพื่อหาคนอื่นๆ มาร่วมมอง ตั้งแต่ชาวบ้าน เด็กน้อย และเพื่อนสนิท พูดคุยโขมงโฉงเฉงริมถนนสลับกับการบันทึกภาพ จนกระทั่งการ์ดบันทึกความจำเต็ม </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;" lang="TH">ประจวบกับเป็นช่วงที่สุดท้ายที่พระจันทร์จรออกไปทางด้านบนของพระอาทิตย์</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;" lang="TH">น่าแปลก&#8230;สัมผัสแรกของปรากฏการณ์ในครั้งนี้และสัมผัสสุดท้ายของปรากฏการณ์ในครั้งนี้เป็นด้านบนของดวงอาทิตย์เช่นเดียวกัน </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;" lang="TH">อีกเรื่องที่น่าแปลกคือ ปุ่มกดเลือกเมนูระบบแมนนวลของกล้องดิจิตอลตัวลูกซึ่งใช้งานไม่ได้อยู่หลายเดือน วันนี้กลับใช้งานได้ดี </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin:0;"><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;" lang="TH">สุดท้าย..ขอบคุณ </span><strong><span style="font-size:13.5pt;color:red;font-family:Tahoma;" lang="TH"><span> </span></span></strong><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">Fred Espenak (<span lang="TH">ซึ่งผมไม่เคยรู้จักคุณมาก่อนเลย</span>)of <span> </span></span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">NASA</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">Goddard</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">Space</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">Flight</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;"> </span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;">Center</span><span style="font-size:10pt;font-family:Tahoma;" lang="TH"> สำหรับภาพประกอบ 3 ภาพ</span></p>
<p class="1" style="background:white;margin:0;"><span style="font-size:10pt;" lang="TH"><span><span style="font-family:Tahoma;"> </span></span></span></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/suankikran.wordpress.com/42/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/suankikran.wordpress.com/42/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/suankikran.wordpress.com/42/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/suankikran.wordpress.com/42/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/suankikran.wordpress.com/42/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/suankikran.wordpress.com/42/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/suankikran.wordpress.com/42/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/suankikran.wordpress.com/42/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/suankikran.wordpress.com/42/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/suankikran.wordpress.com/42/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/suankikran.wordpress.com/42/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/suankikran.wordpress.com/42/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/suankikran.wordpress.com/42/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/suankikran.wordpress.com/42/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suankikran.wordpress.com&amp;blog=2322893&amp;post=42&amp;subd=suankikran&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://suankikran.wordpress.com/2009/01/28/%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cc99adab323d080483bcfe09c3d6c628?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">sailomloy</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog%202009/Lastcontact.jpg" medium="image">
			<media:title type="html"> </media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog%202009/First.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">null</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog%202009/sunmoon.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://umbra.nascom.nasa.gov/eclipse/images/eclipse19951024_08.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">null</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://umbra.nascom.nasa.gov/eclipse/images/eclipse19951024_14.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">null</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://umbra.nascom.nasa.gov/eclipse/images/eclipse19951024_21.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>&#8230;&#8230;&#8230;.ในสายลมความสุข&#8230;&#8230;..</title>
		<link>http://suankikran.wordpress.com/2009/01/09/%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82/</link>
		<comments>http://suankikran.wordpress.com/2009/01/09/%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Jan 2009 06:18:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sailomloy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://suankikran.wordpress.com/?p=40</guid>
		<description><![CDATA[    ณ ห้วงยามนี้ เด็กน้อยจูงมือพ่อ มุ่งหน้าสู่ถนนสีฝุ่น ซึ่งตัดผ่านทุ่งนาขณะใบข้าวเขียวระบัดลมหนาว พริ้ว พริ้ว ใบหน้าเด็กน้อยแต้มรอยยิ้ม พ่อยิ้มมองว่าวในมือ ไม่ได้สวยงามเหมือนลุงเจิมช่างฝีมือในหมู่บ้าน แต่สิ้นบุญช่าง พ่อยังทำเองได้ ขอเพียงลูกความสุข พ่อยิ่งมีความสุข ………………. ลมพริ้ว เด็กน้อยหัวเราะกระโดดโลดเต้น ผมเปียกวัดแกว่งไปมา ว่าวโฟมสีขาวปีกหักหมุนติ้ว ติ้ว พ่อหน้านิ่วคิ้วผูก,เด็กน้อยหัวร่อร่า เด็กสุข สีหน้าของพ่อเหมือนคนท้องผูก …………………………………. บนถนนสีฝุ่น ข้าวระบัดใบ ฉันนั่งจมอยู่ในทุ่งข้าว กำซาบความสุขซึ่งปลิวมาตามสายลมหนาว ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ทันใดนั้น,ฉันยิ้ม …………………………………………  <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suankikran.wordpress.com&amp;blog=2322893&amp;post=40&amp;subd=suankikran&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<table border="0">
<tbody>
<tr>
<td><span style="font-family:tahoma,arial,helvetica,sans-serif;"><br />
<hr size="1" /><!-- / icon and title --><!-- message --></span> </p>
<div><span style="font-family:tahoma,arial,helvetica,sans-serif;"><img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Smile1.jpg" border="0" alt="" /> </p>
<p>ณ ห้วงยามนี้</p>
<p>เด็กน้อยจูงมือพ่อ มุ่งหน้าสู่ถนนสีฝุ่น</p>
<p>ซึ่งตัดผ่านทุ่งนาขณะใบข้าวเขียวระบัดลมหนาว พริ้ว พริ้ว</p>
<p>ใบหน้าเด็กน้อยแต้มรอยยิ้ม</p>
<p>พ่อยิ้มมองว่าวในมือ</p>
<p>ไม่ได้สวยงามเหมือนลุงเจิมช่างฝีมือในหมู่บ้าน</p>
<p>แต่สิ้นบุญช่าง พ่อยังทำเองได้</p>
<p>ขอเพียงลูกความสุข พ่อยิ่งมีความสุข</p>
<p>……………….</p>
<p>ลมพริ้ว</p>
<p>เด็กน้อยหัวเราะกระโดดโลดเต้น ผมเปียกวัดแกว่งไปมา</p>
<p>ว่าวโฟมสีขาวปีกหักหมุนติ้ว ติ้ว</p>
<p>พ่อหน้านิ่วคิ้วผูก,เด็กน้อยหัวร่อร่า</p>
<p>เด็กสุข</p>
<p>สีหน้าของพ่อเหมือนคนท้องผูก</p>
<p>………………………………….</p>
<p>บนถนนสีฝุ่น</p>
<p>ข้าวระบัดใบ</p>
<p>ฉันนั่งจมอยู่ในทุ่งข้าว</p>
<p>กำซาบความสุขซึ่งปลิวมาตามสายลมหนาว<br />
๐<br />
๐<br />
๐<br />
๐<br />
๐<br />
๐<br />
๐<br />
๐<br />
๐<br />
๐<br />
๐<br />
๐<br />
๐</p>
<p><strong>ทันใดนั้น,ฉันยิ้ม</strong></p>
<p><font face="tahoma,arial,helvetica,sans-serif">…………………………………………</p>
<p></font></span> </div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/suankikran.wordpress.com/40/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/suankikran.wordpress.com/40/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/suankikran.wordpress.com/40/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/suankikran.wordpress.com/40/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/suankikran.wordpress.com/40/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/suankikran.wordpress.com/40/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/suankikran.wordpress.com/40/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/suankikran.wordpress.com/40/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/suankikran.wordpress.com/40/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/suankikran.wordpress.com/40/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/suankikran.wordpress.com/40/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/suankikran.wordpress.com/40/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/suankikran.wordpress.com/40/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/suankikran.wordpress.com/40/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suankikran.wordpress.com&amp;blog=2322893&amp;post=40&amp;subd=suankikran&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://suankikran.wordpress.com/2009/01/09/%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cc99adab323d080483bcfe09c3d6c628?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">sailomloy</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Smile1.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>- คลาย &#8211;</title>
		<link>http://suankikran.wordpress.com/2008/10/21/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://suankikran.wordpress.com/2008/10/21/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Oct 2008 15:19:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sailomloy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://suankikran.wordpress.com/?p=35</guid>
		<description><![CDATA[มีอะไรที่รบกวนใจเธออยู่หรือ? ดูเธอลุกลี้ลุกลนไร้ซึ่งสมาธิในการสดับ ภวโลกหรือรักที่เปล่าดายทิ้งร้าง? หากหลากล้วนเหล่านั้นคือปลีกเปลือก และเธอเลือกที่จะก่นกด สักครู่ ขอเวลาเพียงสักครู่ นั่งนิ่งนิ่ง เอนหลังพิงโคนต้นไม้ใหญ่ เขียนบทกวีให้กับตัวเองสักบท . . . แล้วอ่านออกเสียง ………………………………………. ๑๕ ตุลย์ ๒๕๕๑ &#8211; สวนขี้คร้าน &#8211; สวี &#8211; ชุมพร<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suankikran.wordpress.com&amp;blog=2322893&amp;post=35&amp;subd=suankikran&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/vergin.jpg" alt="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/vergin.jpg" /></p>
<p>มีอะไรที่รบกวนใจเธออยู่หรือ?<br />
ดูเธอลุกลี้ลุกลนไร้ซึ่งสมาธิในการสดับ<br />
ภวโลกหรือรักที่เปล่าดายทิ้งร้าง?<br />
หากหลากล้วนเหล่านั้นคือปลีกเปลือก<br />
และเธอเลือกที่จะก่นกด</p>
<p>สักครู่</p>
<p>ขอเวลาเพียงสักครู่<br />
นั่งนิ่งนิ่ง<br />
เอนหลังพิงโคนต้นไม้ใหญ่<br />
เขียนบทกวีให้กับตัวเองสักบท<br />
.</p>
<p>.<br />
.<br />
<strong>แล้วอ่านออกเสียง </strong></p>
<p>……………………………………….<br />
๑๕ ตุลย์ ๒๕๕๑ &#8211; สวนขี้คร้าน &#8211; สวี &#8211; ชุมพร </p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/suankikran.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/suankikran.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/suankikran.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/suankikran.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/suankikran.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/suankikran.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/suankikran.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/suankikran.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/suankikran.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/suankikran.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/suankikran.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/suankikran.wordpress.com/35/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/suankikran.wordpress.com/35/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/suankikran.wordpress.com/35/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suankikran.wordpress.com&amp;blog=2322893&amp;post=35&amp;subd=suankikran&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://suankikran.wordpress.com/2008/10/21/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cc99adab323d080483bcfe09c3d6c628?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">sailomloy</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/vergin.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/vergin.jpg</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>&#8230;&#8230;..เครื่องมือ&#8230;&#8230;&#8230;</title>
		<link>http://suankikran.wordpress.com/2008/10/21/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://suankikran.wordpress.com/2008/10/21/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Oct 2008 15:12:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>sailomloy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://suankikran.wordpress.com/?p=32</guid>
		<description><![CDATA[๑.ผมเคยพูดไว้เมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้เรื่องของการมีพร้อมของอุปกรณ์ช่วยเหลือในการใช้ชีวิตแบบช้าๆ อย่างหมดจดงดงามซึ่งนั่นหมายถึงการช่วยผ่อนแรงของผู้ที่ใช้เครื่องมือและได้ “งาน” อย่างเต็มประสิทธิภาพ ผมเริ่มต้นทำนาในพื้นที่นาของบรรพชนครั้งแรกก็เจอโจทย์ใหญ่ให้ครุ่นคิดแก้ไข ทั้งดินเค็ม ดินเปรี้ยว น้ำท่วม ฝนทิ้งช่วง น้ำเค็มทะลักเข้ามาในพื้นที่ สัตว์ศัตรูพืช ฯลฯ นาลุ่มแม้จะเต็มไปด้วยโคลนเลนสีดำดูเหมือนอุดมสมบูรณ์เพียบพร้อม แต่ดินที่ถูกทิ้งร้างมานาน พื้นฐานที่นาซึ่งเป็นดินเหนียวเนื้อละเอียด เกิดการอัดตัวของเนื้อดินแน่นจนไม่สามารถจะไถทำได้โดยง่าย เมื่อดินโดนแดดแห้งกลับแข็งโป๊กใกล้เคียงกับหิน จากดินสีดำเมื่อโดนแดดเผาจะอัดตัวกันแน่นเป็นก้อนสีขาว ง้างจอบสุดแรงสับจึ๊ก !! เสียงเคร๊ง !!จอบสั่นสะเทือน สั่นมาถึงข้อมือและแขน การเปลือยแผ่นดินจึงเป็นสิ่งต้องห้ามของเกษตรกรรมแนวนิเวศอินทรีย์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเกษตรแนวทางนี้ส่วนใหญ่บอกไปในไปแนวทางเดียวกัน ว่าการช่วยเหลือดินเป็นเรื่องแรกที่คนปลูกต้นไม้เริ่มต้น เมื่อดินดี ร่วนซุย เต็มไปด้วยจุลินทรีย์ตัวดี ที่พร้อมจะเปลี่ยนอาหารของตัวเองให้เป็นอาหารของต้นพืชแล้ว เครื่องมือพลิกดินไม่จำเป็นต้องมีต้องใช้อีก นั่นใช่ไหมคือการหวนกลับสู่ธรรมชาติ อันเป็นฐานรากตั้งเดิมของชีวิต? ๒. หากจะนับกัน ปีนี้(๒๕๕๑) นับเป็นปีที่สองในพื้นที่นาตนเองแต่เป็นปีที่สี่ในชีวิตที่เริ่มต้นทำนาเพื่อเรียนรู้และเป็นอยู่ เมื่อเจอโจทย์ยากกว่าปีที่แล้ว ทำให้ผมต้องดิ้นรนเสาะหาหนทางที่จะทำนาในพื้นที่นาดอน ด้วยว่าจัดการได้ง่ายเหมาะสมกับพันธุ์ข้าวส่วนใหญ่ซึ่งมีอยู่ในสต็อกเมล็ดพันธุ์ ณ ขณะนี้ หลังเดือนเมษายนผมติดต่อรุ่นพี่คนหนึ่งในหมู่บ้านซึ่งได้เคยสนทนากันถึงเรื่องทำนา แนวคิดของพี่แกในตอนนั้นบอกว่า ผืนนาใช้ในการทำนาเท่านั้น จะเอาไปทำกิจกรรมใดนอกเหนือจากการปลูกไม้ใหญ่ไว้ใช้งานในภายหน้าแล้ว แกไม่เห็นหนทางว่าจะทำอย่างอื่นได้อีก ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจมากก็คือ แกบอกว่าในยุคที่ปุ๋ยเคมีราคากระสอบละพันกว่าแบบนี้ แกจะไม่ปลูกพืชชนิดไหนที่ต้องซื้อปุ๋ยลงในแผ่นดินของแกเด็ดขาด ท้ายที่สุดแกว่า&#8230;.หากจะทำนาปีนี้พี่ให้น้องทำทั้งหมด ๑๐ ไร่กว่าๆ นั่นแหละ แล้วไม่มีคำว่าบิดพริ้วเด็ดขาด [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suankikran.wordpress.com&amp;blog=2322893&amp;post=32&amp;subd=suankikran&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> <img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Taina.jpg" alt="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Taina.jpg" /></p>
<p>๑.ผมเคยพูดไว้เมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้เรื่องของการมีพร้อมของอุปกรณ์ช่วยเหลือในการใช้ชีวิตแบบช้าๆ อย่างหมดจดงดงามซึ่งนั่นหมายถึงการช่วยผ่อนแรงของผู้ที่ใช้เครื่องมือและได้ “งาน” อย่างเต็มประสิทธิภาพ</p>
<p>ผมเริ่มต้นทำนาในพื้นที่นาของบรรพชนครั้งแรกก็เจอโจทย์ใหญ่ให้ครุ่นคิดแก้ไข ทั้งดินเค็ม ดินเปรี้ยว น้ำท่วม ฝนทิ้งช่วง น้ำเค็มทะลักเข้ามาในพื้นที่ สัตว์ศัตรูพืช ฯลฯ </p>
<p>นาลุ่มแม้จะเต็มไปด้วยโคลนเลนสีดำดูเหมือนอุดมสมบูรณ์เพียบพร้อม แต่ดินที่ถูกทิ้งร้างมานาน พื้นฐานที่นาซึ่งเป็นดินเหนียวเนื้อละเอียด เกิดการอัดตัวของเนื้อดินแน่นจนไม่สามารถจะไถทำได้โดยง่าย เมื่อดินโดนแดดแห้งกลับแข็งโป๊กใกล้เคียงกับหิน จากดินสีดำเมื่อโดนแดดเผาจะอัดตัวกันแน่นเป็นก้อนสีขาว </p>
<p>ง้างจอบสุดแรงสับจึ๊ก !! เสียงเคร๊ง !!จอบสั่นสะเทือน สั่นมาถึงข้อมือและแขน การเปลือยแผ่นดินจึงเป็นสิ่งต้องห้ามของเกษตรกรรมแนวนิเวศอินทรีย์ </p>
<p>ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเกษตรแนวทางนี้ส่วนใหญ่บอกไปในไปแนวทางเดียวกัน ว่าการช่วยเหลือดินเป็นเรื่องแรกที่คนปลูกต้นไม้เริ่มต้น เมื่อดินดี ร่วนซุย เต็มไปด้วยจุลินทรีย์ตัวดี ที่พร้อมจะเปลี่ยนอาหารของตัวเองให้เป็นอาหารของต้นพืชแล้ว เครื่องมือพลิกดินไม่จำเป็นต้องมีต้องใช้อีก </p>
<p>นั่นใช่ไหมคือการหวนกลับสู่ธรรมชาติ อันเป็นฐานรากตั้งเดิมของชีวิต?</p>
<p>๒. หากจะนับกัน ปีนี้(๒๕๕๑) นับเป็นปีที่สองในพื้นที่นาตนเองแต่เป็นปีที่สี่ในชีวิตที่เริ่มต้นทำนาเพื่อเรียนรู้และเป็นอยู่ เมื่อเจอโจทย์ยากกว่าปีที่แล้ว ทำให้ผมต้องดิ้นรนเสาะหาหนทางที่จะทำนาในพื้นที่นาดอน ด้วยว่าจัดการได้ง่ายเหมาะสมกับพันธุ์ข้าวส่วนใหญ่ซึ่งมีอยู่ในสต็อกเมล็ดพันธุ์ ณ ขณะนี้ </p>
<p>หลังเดือนเมษายนผมติดต่อรุ่นพี่คนหนึ่งในหมู่บ้านซึ่งได้เคยสนทนากันถึงเรื่องทำนา แนวคิดของพี่แกในตอนนั้นบอกว่า ผืนนาใช้ในการทำนาเท่านั้น จะเอาไปทำกิจกรรมใดนอกเหนือจากการปลูกไม้ใหญ่ไว้ใช้งานในภายหน้าแล้ว แกไม่เห็นหนทางว่าจะทำอย่างอื่นได้อีก ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจมากก็คือ แกบอกว่าในยุคที่ปุ๋ยเคมีราคากระสอบละพันกว่าแบบนี้ แกจะไม่ปลูกพืชชนิดไหนที่ต้องซื้อปุ๋ยลงในแผ่นดินของแกเด็ดขาด </p>
<p>ท้ายที่สุดแกว่า&#8230;.หากจะทำนาปีนี้พี่ให้น้องทำทั้งหมด ๑๐ ไร่กว่าๆ นั่นแหละ แล้วไม่มีคำว่าบิดพริ้วเด็ดขาด เพราะพี่จะทำด้วยกะว่าจะลงข้าวไร่สักแปลงหนึ่งด้วย</p>
<p>การบิดพลิ้วที่ว่านั่นหมายถึง ในรอบสองสามปีที่ผ่านมา ผมและคนทำนาหลายคนในหมู่บ้านซึ่งอาศัยพื้นที่นาร้างของเจ้าของที่นาที่ไม่ได้ใช้พื้นที่ในการทำอย่างอื่นนอกจากทิ้งไว้ให้คนไม้และหญ้างอกจนรกเรื้อ เราไปขอเช่าทำโดยแลกเปลี่ยนตอบแทนด้วยผลิตจากนาโดยไม่มีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร จากนั้นก็เปลี่ยนสภาพจากดงหญ้าให้เป็นที่นาอย่างเดิมเหมือนสิบยี่สิบปีที่แล้ว </p>
<p>เหมือนหักนาใหม่ ใช้แรงงานและทุนรอนไปหลายอัฐหลายเม็ดเหงื่อ สิ้นหน้านาเพียงปีเดียวเจ้าของที่มายืนมองๆ แล้วจ้างรถแบ็คโฮลงขุดร่อง ปลูกปาล์มน้ำมันเสียดื้อๆ </p>
<p>เรายืนมองตาปริบๆ น้ำตาตกใน</p>
<p>นี่คือที่มาของการบิดพลิ้วซึ่งคนทำนากลุ่มสุดท้ายของหมู่บ้านกลัวกันมาก ปีนี้แม้จะย่างเข้าฤดูกาลแล้วก็ตามยังไม่มีใครเริ่มต้นเพราะเหตุผลดังกล่าว </p>
<p>ย่างเข้าเดือนมิถุนายน ๒๕๕๑ ผมกลับไปถามย้ำอีกครั้งก่อนที่จะจ้างรถไถใหญ่ลงไปปรับปรุงสภาพนาร้างให้กลับมาทำได้ดังเดิม กลับได้รับคำตอบว่าแกโดนกดดันจากภรรยาและแม่ให้ปลูกปาล์มน้ำมัน(กอปรกับช่วงนั้นราคาปาล์มผลปาล์มดิบ ปาล์มทะลายขึ้นสูงแตะห้าบาทกว่าต่อกิโลกรัม) จึงต้องยอมอย่างเสียมิได้  </p>
<p>ผมร้อง “อ้าว โอย แย่แล้ว ตายแล้ว โชคดีนะเนี่ยะที่มาถามก่อน ไม่งั้นไถทำไปตั้งแต่ตอนหน้าแล้งแล้ว”</p>
<p>แกส่งสายตาสงสารมายังผมก่อนเอ่ยปากขอโทษขอโพย ผมคิดในใจ<strong>(นี่จะกดดันกันให้ตายเลยใช่ไหม? &#8211; อีกแล้ว) </strong></p>
<p>ดูเหมือนโชคชะตาจะไม่เข้าข้างผม แต่นั่นกลับเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้ผมหวนกลับไปยืนเท้าสะเอวมองที่นาตนเองอีกครั้ง แม้จะใช้แรงใช้ทุนไปเยอะแล้วโดยไม่ได้เมล็ดข้าวกลับให้มาได้เสพกินสักเมล็ดเดียว สิ่งที่ได้กลับเป็นความอดทน การเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการไหลของการขังของน้ำในช่วงน้ำท่วมหนัก ซึ่งต้องปรับคันดินและคูโดยรอบให้โอนอ่อนและอุดรูรั่วที่เกิดจากการขุดเจาะของหนูเพื่อเข้าไปสร้างรังจนคันนาทะลุปรุโปร่งในบางจุด  </p>
<p>เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นอยู่อย่างเบียดเบียนกันระหว่าง ผม กับ นก หนูและศัตรูข้าวอื่นๆ </p>
<p>ไม่เบียดเบียนแปลว่าใช้วิธีการใดๆ ก็ตามที่จะตัดวงจรชีวิตของสัตว์พวกนั้นให้สั้นลงเพียงเพราะมันมาเบียดเบียนข้าวที่ผมปลูก</p>
<p>๓. ย่างเดือนเจ็ด ผมจัดการปรับเครื่องมือบางอย่างใหม่ ทั้งไถและคราด เพื่อให้ช่วยผ่อนแรงได้มากที่สุดโดยได้งานมากที่สุด ซ่อมแซมรถไถนาชนิดเดินตามที่ได้รับความอนุเคราะห์เครื่องยนต์ต้นกำลังมือสองมาจากอดีตบก. Outdoor Adventure โดยไปขนมาจากนากุ้งแถบปากอ่าวสุราษฎร์ธานี </p>
<p>จากเครื่องยนต์ใหม่เอี่ยมถูกใช้ในนากุ้งจนเก่าเขลอะ อดีตนักเขียนนามปากกานิรนาม ฟิตเครื่องใหม่ไว้ให้ผมจนสามารถใช้งานได้อย่างไม่น่าเชื่อ เครื่องตีน้ำในนากุ้งเปลี่ยนหน้าที่มารับใช้งานในนาข้าวเมื่อกลางปีที่ผ่านมา</p>
<p>ส่วนโครงของรถไถนา ผมไปขอซื้อมาจากร้านรับซื้อขายของเก่าในตัวอำเภอ ประกอบเข้าด้วยภูมิรู้อันเป็นศูนย์ แล้วไม่ยอมบอกใครที่เป็นมืออาชีพให้มาช่วย พยายามเรียนรู้ทุกกระบวนการของการติดตั้งเครื่องยนต์เข้ากับโครงรถด้วยตัวเองจนเสร็จ แต่สตาร์ทเครื่องไม่ติด สุดท้ายต้องตามผู้มีจิตศรัทธาในหมู่บ้านมาช่วย ไล่น้ำมันแต่ละจุดจนสามารถติดเครื่องได้สำเร็จ แล้วนำลงไปใช้งานในนาทันที </p>
<p>ผลก็คือ ไม่ได้ผลครับ ใช้งานจริงได้ไม่ดีเลย&#8230;แม้จะปรับวิธีอย่างไรก็ไม่สามารถแก้ปัญหา ณ ขณะนั้นได้ เหตุเพราะนาลุ่มที่ผ่านการไถด้วยรถไถล้อยางแบบสามจาน ดินเป็นก้อนโต จนไม่สามารถใช้ผาลเหล็กได้ เปลี่ยนมาใช้จานก็ยังไม่ได้เพราะมันติดหล่มล้อจม สุดท้ายก็ใช้คราดลากจนนาเรียบ และใช้จอบสับทีละนิดละหน่อย คราดซ้ำอีกครั้งแล้วปักดำ </p>
<p>จากนั้น&#8230;&#8230;&#8230;น้ำท่วม ผมป่วยเป็นโรคข้อ(เกี่ยวกับกรดยูริคในเลือด)แล้ว&#8230;อย่างที่เคยเห็นในโน้น(<strong>จะกดดันให้ตายเลยใช่ไหม?)</strong></p>
<p>แม้จะเปลี่ยนอะไหล่บางอย่างเช่นสายพาน ปรับตำแหน่งเครื่องยนต์โดยการถ่ายน้ำหนักไปข้างหน้าเพื่อลดทอนการกดน้ำหนักลงมาข้างหลัง แล้วปรับผาลซึ่งเป็นจานโดยการลดจานหลังลงกดดิน เพื่อให้จานไถกินเนื้อดินน้อยลง </p>
<p>ครับ..ผมไถนาได้แล้ว แต่&#8230;.เครื่องยังกดน้ำหนักลงมายังด้านหลัง จนต้องคอยพยุงไว้ไม่ให้จานกดดินลึกจนติดหล่ม นั่นหมายความว่า เสมือนผม(คนเดียว)กำลังเดินยกตุ้มน้ำหนักหลายสิบกิโลกรัมต่อข้าง เดินกลางหล่มโคลนและน้ำลึกระดับกลางหน้าแข้ง วนไปเวียนมาจนเต็มพื้นที่ หอบโยนจนซี่โครงบาน มองเห็นดวงดาวระยิบระยับกลางแสงแดดจ้า </p>
<p>ไม่บ้าก็ใกล้เคียง </p>
<p>จากนั้นหว่านจุลินทรีย์ช่วยหมักหญ้าให้เน่า ทิ้งไว้เกือบยี่สิบวันคราดปรับระดับ ระหว่างนั้นก็เปลี่ยนแปลงพื้นที่บางส่วนในสวนเพื่อการปลูกข้าวไร่ ที่บรรดามิตรต่างถิ่นส่งเมล็ดพันธุ์มาให้ </p>
<p>ครบกำหนดแล้วแช่ข้าวปลูก คราดตีเลนอีกที แล้วหว่านพันธุ์ข้าวซึ่งทนต่อดินเค็มและน้ำเค็มได้ดีลงไป</p>
<p>วันที่ผมหว่านข้าววันแรกในปี ๒๕๕๑ นี้เป็นวันที่ผมป่วยไข้จนแทบไม่มีแรงจะยกจอบขึ้นขุดดินปรับคันนา และแทงร่องเพื่อุถ่ายน้ำออก </p>
<p>แม้จะป่วยไข้ แต่การได้ทำงานจนแล้วเสร็จลุล่วง ทำให้ผมพบว่ามนุษย์มีศักยภาพมากกว่าที่ตัวเองประเมิน แม้ร่างกายจะอ่อนล้าสุดๆ แต่หากใจยังมุ่งมั่น การงานก็ลุล่วงได้</p>
<p>นี่เป็นเพียงเริ่มต้นของฤดูการเพาะปลูกเท่านั้น ยังมีอุปสรรคอีกมากมายที่ผมจะต้องเจอ </p>
<p>ไม่ใช่เรื่องแปลกหากจะมีลุงโง่คนที่สาม คนที่สี่ คนที่ห้า ยังคงปณิธานดั้งเดิมที่ตั้งใจจะย้ายภูเขาเป็นลูก ๆ ให้ได้ในชีวิตนี้ – ในจำนวนนั้นมีผมอยู่คนหนึ่ง</p>
<p><strong> ใช่ครับ&#8230;ไม่ต้องให้ตายเพื่อเกิดใหม่แล้วมาย้ายภูเขาในชาติต่อมา &#8211; หากได้เกิดเป็นคน และยินดีที่จะโง่เพื่อเรียนรู้</strong></p>
<p><img src="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Taina1.jpg" alt="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Taina1.jpg" /></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/suankikran.wordpress.com/32/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/suankikran.wordpress.com/32/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/suankikran.wordpress.com/32/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/suankikran.wordpress.com/32/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/suankikran.wordpress.com/32/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/suankikran.wordpress.com/32/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/suankikran.wordpress.com/32/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/suankikran.wordpress.com/32/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/suankikran.wordpress.com/32/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/suankikran.wordpress.com/32/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/suankikran.wordpress.com/32/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/suankikran.wordpress.com/32/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/suankikran.wordpress.com/32/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/suankikran.wordpress.com/32/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suankikran.wordpress.com&amp;blog=2322893&amp;post=32&amp;subd=suankikran&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://suankikran.wordpress.com/2008/10/21/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/cc99adab323d080483bcfe09c3d6c628?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">sailomloy</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Taina.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Taina.jpg</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Taina1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">http://i53.photobucket.com/albums/g72/sailomloy/Blog2008/Taina1.jpg</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
